หนึ่งเพื่อช่วยเจ้า รีบนำสมบัติลับออกมาขอบคุณสิ!”
หลู่ตันกล่าวกับผางหาน ศิษย์พี่ตนอย่างไม่พอใจ “ศิษย์พี่ เจ้าเพิ่งพูดไปนี่ว่าเจ้าจะให้ จะมากลับคำมิได้นา”
ผางหานเตะฝุ่นทรายลงใส่หลู่ตันในหลุม “อายุขัยของข้าเจียนถึงฝั่ง ข้าต้องหาทางซื้อโอสถล ้าค่ามายืดอายุขัยโดยด่วน จะมีทรัพยากรเหลือได้อย่างไร”
หลู่ตันสกัดฝุ่นทรายทั้งหลาย กระโดดขึ้นจากหลุมที่ตนขุดไว้ฝังตนเอง
เขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ ไม่สิ ได้ชีวิตใหม่เลย
เขานำสมบัติลับคุ้มกายคล้ายโล่ออกมาจากมิติในตัว ส่งให้กับเจียงผิงอันด้วยสองมือ ขณะก้มหัวกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ขอบคุณเจ้านิกายที่ช่วยชีวิต!”
หลู่ตันคิดว่าครั้งนี้เขาตายแน่แล้ว มิคาดว่าจะได้เจ้านิกายช่วยเหลือ
นี่เป็นบุญคุณยิ่งใหญ่
โอสถที่เจ้านิกายใช้ต้องล ้าค่าหายากอย่างยิ่ง แต่เจ้านิกายยอมเสียเม็ดหนึ่งเพื่อเขา
ความไม่เห็นแก่ตัวนี้ทำให้หลู่ตันทั้งซาบซึ้งและชื่นชม
แม้สมบัติลับหนึ่งชิ้นจะล ้าค่า แต่ก็เทียบอะไรกับชีวิตตัวเองไม่ได้
“ก็แค่ยื่นหมูยื่นแมวน่า”
เจียงผิงอันมิเกรงใจ รับมันมาทันที
เขาหันไปกล่าวกับผางหาน “ผู้อาวุโส เมื่อครู่ท่านบอกว่าต้องการโอสถล ้าค่ายืดชีวิต หากเป็นโอสถที่ยืดอายุขัยได้สามพันปีท่านว่าราคาเท่าไหร่?”
“โอสถที่จะช่วยยืดอายุขัยสามพันปี?”
ผางหานนึกถึงอายุขัยของตนแล้ว ความปรีดาก็หดหายไปมากก่อนจะถอนหายใจยาวและกล่าวพร้อมรอยยิ้มฝืดเฝื่อน
“นับแต่ตัวตนไร้เทียมทานอย่างมหาจักรพรร