ึ่งจากนิกายฮวาเยว่ หาญกล้าตั้งคำถามถึงตัวตนของข้าต้วนหลิงเทียน?”
คำพูดของต้วนหลิงเทียน ทำให้สีหน้าเฉียนซู่หวนมืดลงทันที “เจ้าหนุ่ม หากเจ้าเป็นคนของนิกายฟ้าจรัสแสงจริงๆ ตระกูลเฉียนของพวกเรายินดีประหารเฉียนเฟย และคืนความยุติธรรมให้แก่เจ้า แต่หากเจ้ามิใช่คนของนิกายฟ้าจรัสแสง ข้าเกรงว่าข้าต้องจับตัวเจ้านำไปส่งมอบให้นิกายฟ้าจรัสแสง และปล่อให้ทางนิกายฟ้าจรัสแสงตัดสินเจ้า!!”
“อาศัยเจ้าน่ะรึ?”
ได้ยินคำพูดของเฉียนซู่หวน ต้วนหลิงเทียนก็โค้งคิ้วขึ้น จากนั้นก็ยิ้มแสยะด้วยความดูแคลน
พริบตาต่อมาก็อุบัติเสียงพลังปะทุดัง ซู่ม!
พลังเทพพลันปะทุออกมาทั่วร่างของต้วนหลิงเทียนในฉับพลัน และพลังเทพอันแผ่กลิ่นอายเทพขั้นต่ำออกมานี้ ก็ทำให้สองตาของเมิ่งฉีโหย่วผู้หลอมโอสถระดับเทพของตระกูลเมิ่งเป็นประกายจ้าขึ้นมาทันที “มันทะลวงถึงขอบเขตเทพแล้วจริงๆ…”
เมิ่งฉีโหย่วย่อมจดจำได้ชัดเจนว่าเมื่อ 3 เดือนก่อนชายหนุ่มชุดม่วงคนนี้ยังไม่ได้บรรลุถึงขอบเขตเทพ
ทว่าบัดนี้ คนกลับบรรลุถึงขอบเขตเทพแล้วจริงๆ!
เห็นได้ชัดว่าเมื่อ 3 เดือนก่อนด่านพลังอีกฝ่ายก็มาถึงสุดปลายขอบเขตเซียนอมตะแล้ว มิฉะนั้นคงไม่สามารถทะลวงถึงขอบเขตได้ในเวลาอันสั้น แม้จะใช้โอสถทะลวงเทพก็ตามที
“เทพขั้นต่ำ…คิดจะลงมือกับเทพขั้นสูงหรือ?”
จังหวะนี้ไม่ว่าจะตระกูลเมิ่ง นิกายเมฆอรุณ นิกายฟ้ายุทธ์ รวมถึงตระกูลเฉียน อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าไปมา บางคนยังหัวเราะออกมาด้วยความ