“ที่แท้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? ไฉนข้าคิดว่าที่ลุงอี้เตาพูดออกมาแบบนั้น เป็นเพราะความจากเถี่เหิงที่ท่านปู่ฉินเอาไปบอกลุงอี้เตากัน?”
“พวกเจ้าดูสีหน้าลุงอี้เตาเข้าเถอะ แทบดูไม่เป็นผู้คนแล้ว…”
“ข้าเกรงว่าเรื่องนี้ คงงมิได้ง่ายดายอย่างที่เห็น”
…
ผู้คนของสกุลต้วนทิศใต้กระซิบกระซาบกันดังระงม ทั้งหมดเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีลับลมคมในอะไรสักอย่างเป็นแน่
’
ในฐานะผู้ที่เฝ้ามองเรื่องราวอยู่ตลอด ต้วนหลิงเทียนเองก็มั่นใจได้แล้ว
เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่นอน
และพอเขาหันไปสังเกตสีหน้าท่าทีของเถี่เหิงกับเถี่ยหลานอวี้ เขาก็พบว่าพวกมันสองพ่อลูกกำลังยิ้มแสยะ ฉายชัดถึงความเย้ยหยัน มองต้วนล่างด้วยสายตาดูแคลนราวสหายเขาไม่ใช่คน
“ท่านพ่อ ท่าน…ไฉนถึงกล่าวเช่นนี้เล่า? ข้าไหนเลยจะไม่รู้ได้ว่าข้าต้องแต่งกับผู้ใด?”
หลังจากต้วนล่างได้สติกลับมา มันก็ส่ายหัวด้วใบหน้าแดงก่ำ “ตอนนั้นที่ข้าตอบตกลง เพราะทราบวว่าเจ้าสาวของข้าก็ถือเถี่ยหยู…เช่นนั้นคนที่ข้าต้องตบแต่งด้วก็คือเถี่ยหยู มิใช่เถี่ยหลานอวี้!”
“คนที่ข้าต้วนล่างต้องแต่งด้วยวันนี้ มิใช่นาง!”
ขณะกล่าวประโยคท้าย ต้วนล่างก็ตะคอกเสียงจนแทบกลายเป็นการคำรามอยู่รอมร่อ
“ฮ่าๆๆๆ…!!”