ทันใดนั้นเอง ก่อนที่ต้วนอี้เตาจะได้พูดอะไรออกมาอีกครั้งสีหน้ายยังเริ่มมืดลงไม่ทันไร ก็เป็นเถี่ยหลานอวี้ที่หัวเราะออกมาดังร่า สองมือยกขึ้นเท้าสะเอวซึ่งไม่เห็นว่าเป็นเอว กล่าวว่า “ต้วนล่าง ถึงวันนี้เจ้าจะไม่เต็มใจแต่งกับข้าแค่ไหน แต่วันนี้เจ้าจะอย่างไรก็ต้องแต่งกับข้า!!”
“เจ้า ไม่มีสิทธิ์เลือก!!”
“ก็จริงที่ในอดีตสกุลเถี่ยเราตกลงเรื่องให้เจ้าแต่งกับเถี่ยหยู…แต่ตอนนี้ คนที่เจ้าต้องแต่งงานด้วยก็คือข้า เถี่ยหลานอวี้ ผู้นี้!”
เถี่ยหลานอวี้กล่าวถึงท้ายประโยค รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็ฉายชัดถึงความประชดแดกดัน “แน่นอนว่าเจ้าสามารถล้มเลิกงานแต่งกับข้าได้…แต่หากเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่แค่เจ้าที่จะต้องซวย กระทั่งเจ้ายังจะลากทั้งสกุลต้วนของเจ้าให้เคราะห์ร้ายไปด้วย!”
“ต่อให้ตาย ข้าก็ไม่มีวันแต่งกับเจ้า!”
ต้วนล่างหันไปมองเถี่ยหลานอวี้ด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงยังเย็นยะเยือกปานจะแช่แข็งผู้คน
“ล่างเอ๋อ เจ้าต้องแต่งกับนาง!”
ทันใดนั้นต้วนอี้เตาพลันกล่าวคำขาดออกมา ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ “เจ้าอย่าได้ลืมไปว่าเจ้าเป็นคนของสกุลต้วน…เจต้าลืมเรื่องีท่ข้าสั่งสอนเจ้าตั้งแต่เด็กไปแล้วหรือไร? เพื่อสกุลต้วนแล้ว ผลประโยชน์ส่วนตนนับเป็นเรื่องอันเล็กน้อย!”
สีหน้าท่าทีของต้วนล่างกลายเป็นมืดดำ โพล่งคำออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ยินยอม “ท่านพ่อ เพราะอะไร?”
นับเป็นครั้งแรกเลยจริงๆที่มันขึ้นเสียงตั้งคำถามกับบิดาเช่นนี้