งไร?”
“เสี่ยวโหรว พาผิงอันไปพักเถอะ”
“เจ้าค่ะอาจารย์”
เฉียนฮวั่นโหรวลุกขึ้นคารวะ เจียงผิงอันก็ทำตามนาง
ยามทั้งสองจนจาก โลหิตหยดหนึ่งก็ไหลออกจากมุมปากของหลัวซู่ เปื้อนชาในมือนางจนแดงฉาน…
สีหน้าของหลัวซู่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “เวลาจะไม่มีแล้ว ต้องรีบสะสางให้ไว…”
บาดแผลของหลัวซู่มิได้ดีขึ้นเลย
ที่นางบอกฮั่วไห่โจวว่าบาดแผลเยียวยาดีขึ้นแล้วนั้นเป็นเพียงคำข่มขวัญ
ขณะเดียวกัน ในตำหนักอาศัยของผู้อาวุโสฝ่ายรักษาระเบียบ
ฮั่วไห่โจวผู้มีใบหน้าบึ้งตึงมายังห้องลับ ณ ส่วนลึกสุดของตำหนัก
“ท่านพ่อ…”
“ไม่ต้องพูด ข้ารู้แล้ว”
เสียงแผ่วเบาแว่วออกมาจากในห้อง
ฮั่วไห่โจวกล่าวอย่างกังวล “ท่านพ่อ นางผู้หญิงหลัวซู่นั่นบอกว่านางฟื้นตัวแล้ว คิดจัดการกับนางอีกจะยากแล้วนะขอรับ”
“นางโกหก นางบาดเจ็บด้วยอำนาจเซียนระดับสูง จะรักษาง่าย ๆได้อย่างไร”
ได้ยินเช่นนี้ ในที่สุดสีหน้าของฮั่วไห่โจวก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“นางไม่ฟื้นตัวก็ดีแล้ว อาการบาดเจ็บนางกำเริบยามใด ข้าจะถีบซ ้าให้เอง”
เสียงแผ่วเบาแว่วออกมาจากในห้องลับอีกครั้ง “คนชื่อเจียงผิงอันนั่น กำจัดเสียให้เร็วที่สุด ข้าสงสัยว่าเขาอาจรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเคหาสน์เทพจันทรา”
“ท่านพ่อ ท่านคิดมากเกินไปแล้ว ที่เขาบอกว่าเราเป็นไส้ศึกก็แค่เพื่อใส่ความข้าเท่านั้นขอรับ”
“ระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า เรามาไกลถึงเพียงนี้แล้ว จะผิดพลาดไม่ได้”
ฮั่วไห่โจวพยักหน้า “จัดการกับคนเช่นนี