แม้ชายชราลอยร่างกลางหาวอยู่ตรงนั้น แต่ต้วนหลิงเทียนรู้สึกเสมือนเบื้องหน้าไม่มีผู้ใดอยู่ หากไม่ใช่เพราะเขามองเห็นอีกฝ่ายด้วยสองตา เขาคงไม่อาจรับรู้การคงอยู่ของชายชราได้เลย
สิ่งนี้ทำให้เขาตระหนักได้ถึงความลึกล้ำยากหยั่งถึงของชายชราได้ชัดเจน…
“ผู้น้อยขอคารวะท่านผู้อาวุโส”
ไม่ทันที่ชายชราจะได้พูดอะไร ต้วนหลิงเทียนก็เร่งประสานมือโค้งคารวักทักทายอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม
“เจ้าหนู เจ้ายังเป็นแค่ครึ่งก้าวเทพไม่แม้แต่จะบรรลุถึงขอบเขตเทพด้วยซ้ำ แต่เจ้าถึงกับกล้าเข้ามาในระนาบสมรภูมิเชียวหรือ?”
ชายชรามองถามต้วนหลิงเทียน แววตาฉายชัดถึงความประหลาดใจสงสัย
ได้ยินคำถามของชายชรา ต้วนหลิงเทียนก็คลี่ยิ้มแห้งๆ พลางกล่าวอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงขื่นขมทันที “เรียนท่านผู้อาวุโส ข้าไม่ได้มีเจตนาเข้ามาในระนาบสมรภูมิแต่อย่างใด…ข้าบังเอิญพบเจอตัวตนอันทรงพลัง 2 คนประมือกัน พลังของทั้งคู่ทำให้ห้วงมิติฉีกเปิดวุ่นวายไปทั่ว ข้าที่โชคร้ายจึงชพลัดหลงเข้าไปในห้วงมิติ จนมาโผล่ในระนาบสมรภูมิอย่างไม่คิดฝัน…”
คำพูดเหล่านี้ เป็นวารีเทพชำระโลกาตระเตรียมให้ต้วนหลิงเทียนใช้อธิบายต่อคนอื่นแต่แรก
“หืม? ประมือกันจนห้วงมิติฉีกเปิดไปทั่ว?”
พอได้ยินคำพูดของต้วนหลิงเทียน ลูกตาชายชราก็หดเล็กลงเร็วไว “เจ้า…เจ้าถึงกับพบเห็นตัวตนระดับอริยะเทพขึ้นไปประมือกัน?”
“สมควรเป็นอริยะเทพจริงๆ…”