โหยวเชียนชิวได้อันดับหนึ่ง ขณะที่อัจฉริยะร่วมระดับอีกสองคนก็มิได้แย่
แต้มผลงานของเซินถูอี้แตะถึงสองแสนสองหมื่น ขณะที่หร่านหงเฉินก็ได้สองแสนสองหมื่นกว่าแต้ม
คนทั้งสามได้แต้มผลงานส่วนใหญ่ไป
โหยวเชียนชิวมองดวงตานับถือของคนทั้งหลาย มุมปากก็ยกยิ้มอย่างเกินยั้ง ด้ายไหมวิญญาณสามเส้นโอบล้อมรอบกาย โลหิตเลื่อนหยดลงตามด้ายไหม
แม้เขาจะมิได้ก้าวข้ามสถิติที่บิดาตนเคยทำไว้ เขาก็ยังชนะเลิศมิทำให้บิดาเสียหน้า
ผู้ฝึกตนซึ่งมีแต้มผลงานเพียงสองพันกว่าแต้มรำพึง “เฮ้อ~ความต่างชั้นระหว่างบุคคลมหาศาลจริงหนอ ไปกันเถอะ”
“ไฉนข้าจึงจำได้ว่า ทุกครั้งที่ศึกศาลาเซียนจบลง ปวงชนจะถูกเคลื่อนย้ายทันที แล้วไฉนครั้งนี้เราจึงต้องออกไปกันเองล่ะนี่?” หนึ่งในผู้ฝึกตนฉงนใจ
“ใครจะรู้ล่ะ ประมุขศาลาบอกให้เราไป งั้นก็ไปกันเองนี่แหละ”
ผู้ฝึกตนนับร้อยในสมรภูมิพากันถอนตัวออกตาม ๆ กัน
เซินถูอี้ชำเลืองโหยวเชียนชิวอย่างไม่เต็มใจ เขาไม่คิดว่าตนจะอ่อนแอกว่าอีกฝ่ายตรงไหน อีกฝ่ายแค่มีอาวุธวิเศษแข็งแกร่งกว่าเท่านั้น
แต่มิใช่ผู้ชนะก็คือมิใช่ผู้ชนะ ไม่มีสิ่งใดควรพร ่าบ่น
เซินถูอี้ถอนตัวออกจากสมรภูมิตามไป
หร่านหงเฉินจนใจอย่างยิ่ง หากมิใช่เพราะนางเสียปราณส่วนหนึ่งไปเพราะคิดจัดการกับเจียงผิงอัน นางก็ยังอาจมีโอกาสชนะก็เป็นได้
ขณะกำลังจะถอนตัว หร่านหงเฉินชำเลืองเจียงผิงอัน
นางสังเกตเห็นว่าเจียงผิงอันยังคงเล่นฉิน
คนผู้นี้มีบางสิ่งผิดปกติ เขาซ่อนพ