ชายชราที่เป็นผู้อาวุโสสูงคนหนึ่งของวิหารเฟิงฮ่าว โพล่งคำเย้ยหยันออกมาเคล้าเสียงหัวเราะ “เจ้าพึ่งจะทะลวงถึงขอบเขตเทพได้นานเท่าไหร่กัน? ตอนนี้ให้เดาอย่างดีเจ้าก็สมควรเป็นแค่เทพขั้นกลางกระมัง? แต่เจ้ายังกล้าเสแสร้งวางมาดยอดฝีมือ หมายข่มขู่วิหารเฟิงฮ่าวของพวกเราอีกหรือ?!”
“หรือบางทีเจ้าจักอ้างว่าตอนนี้ร่างจริงพร้อมร่างอวตารกฏทำลายล้างของเจ้ามิได้อยู่ที่นี่ ทำให้สามารถลอบโจมตีสร้างความเสียหายให้วิหารเฟิงฮ่าวของพวกเราเพื่อล้างแค้นได้ทุกเมื่อกระมัง?”
“ข้าจักขอกล่าวไว้ตรงนี้เลย ร่างจริงกับร่างอวตารกฏทำลายล้างของเจ้าไม่มาก็แล้วไป แต่หากโผล่หัวมากำแหงกับวิหารเฟิงฮ่าวเราเมื่อใด ข้าจะออกไปฆ่าเจ้าทิ้งด้วยตัวเอง ยังจะให้เจ้าตายไร้ที่ฝัง!”
กล่าวถึงท้ายประโยค แวววตาของชายชราก็ฉายชัดถึงเจตนาฆ่าฟันอันน่ากลัว
หลังจากนั้นคล้ายกลัวแสดงความอำมหิตไม่พอ มันเลือกจะแสยะยิ้มพลางกล่าวสืบต่อออกมาอย่างเลือดเย็น “อีกทั้งหากเจ้าหาญกล้าก่อเรื่องอันใดขึ้นมาจริงๆ และกว่าข้าจะมาถึงเจ้าก็อาจหนีไปแล้ว…แต่มีคำกล่าวที่ว่า พระหนีพ้น แต่วัดยังอยู่…ข้าจักไปถล่มพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมี่ยเทียนของเจ้าให้ราบ! แม้แต่ไก่สุนัขสักตัว…ฆ่าไม่ละเว้น!”
“เว้นเสียแต่เจ้าจะยอมเป็นผู้ฝึกตนพเนจร ร่อนเร่เร้นกายหายไปจากโลกหล้า และไม่โผล่หัวออกมาอีก!”