ใบหน้าที่มักเต็มไปด้วยความเย็นชาไม่แยแสของหลิงเจวี๋ยอวิ๋น บัดนี้ฉายชัดถึงความมืดมนอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกหดหู่ของมันไม่ได้เกิดจากการเห็นความสำเร็จของต้วนหลิงเทียน แต่เป็นเพราะมันหดหู่กับพลังฝีมือของตัวเอง…มันที่เป็นถึงลูกหลานตระกูลใหญ่ในระนาบเทพ แต่วันนี้กลับโดนผู้ที่ขึ้นสวรรค์มาเล่นงานจนไปไม่เป็น ถึงขั้นไร้กำลังจะต่อต้าน…
ต้องทราบด้วยว่าในอดีตปีนั้น…มันกับต้วนหลิงเทียนยังมีพลังพอๆกันแท้ๆ
ในชั่วพริบตา ไม่กี่ร้อยปีผ่านไป แม้มันจะพยายามอย่างหนัก แต่ทว่าต้วนหลิงเทียนกลับทิ้งห่างมันออกไปจนไม่เห็นฝุ่น…
หากบอกว่าเรื่องนี้มันไม่รู้สึกแย่หรือท้อแท้ ก็คงเป็นการโกหก
‘ข้าหลงคิดว่าความก้าวหน้าในช่วงไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมาค่อนข้างยอดเยี่ยมแล้ว…ไม่คิดเลยว่าเจ้านั่นจะก้าวหน้าเหนือล้ำไปกว่าข้าไกลลิบลิ่ว…’
หลิงเจวี๋ยอวิ๋นมองจ้องไปยังร่างชายหนุ่มชุดม่วง ที่ลอยร่างแน่นิ่งตรงจุดเดิมตั้งแต่ตอนที่ใช้เคลื่อนมิติครั้งแรกกลางหาวด้วยอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนผสมปนเป ก่อนจะลอบทอดถอนในใจอย่างเงียบงัน…
มันรู้ดีว่าหลังจากวันนี้ ในระนาบเทวโลกทั้งมวล เกรงว่าคงมีไม่กี่คนที่จะไม่รู้จักต้วนหลิงเทียน…และรอให้ช่องทางเชื่อมต่อระหว่างระนาบเทวโลกกับระนาบเทพเปิดออกเมื่อไหร่ น่ากลัวว่าขุมกำลังระดับสูงๆในระนาบเทพได้รีบแจ้นมายังระนาบเทวโลกเพื่อยื่นข้อเสนอชักชวนต้วนหลิงเทียนให้เข้าร่วมขุมกำลังของตัวกันยกใหญ่แน่