ด้านอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่มามุงชมเรื่องราว นอกจากที่สนิทกับต้วนหลิงเทียนแล้ว ก็แยกย้ายจากไปทําเรื่องของตัวเองต่อ
ด้านอวตงฟาง ก่อนที่จะจากไป ยังไม่วายถลึงตามองจ้องต้วนหลิงเทียนอย่างเอาเรื่อง
และพอต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ถึงสายตาเอาเรื่องของมัน ก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองมันกลับ
จากนั้นเสียงผ่านพลังของอวตงฟางก็ดังขึ้นเข้าหูเขา “ต้วนหลิงเทียน วันนี้เจ้าทําเกินไป..หากข้าเจอเจ้าในศึกอัจฉริยะสวรรค์เมื่อไหร่ ก็อย่าได้หวังว่าข้าจะเมตตาปราณีเจ้า!”
เสียงผ่านพลังดังกล่าวของอวตงฟาง ทําให้ต้วนหลิงเทียนผงะไปด้วยความอึ้ง จากนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “เจ้า? เมตตาปราณีข้า?”
“ขออภัย…ต่อหน้าข้า เกรงว่าอาศัยเจ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอจะพูดคําว่า “เมตตาปราณี
“…”
คําตอบของต้วนหลิงเทียนก็ตรงไปตรงมา บอกกันชัดๆว่า อาศัยเจ้าอวตงฟาง ไม่มีความสามารถพอจะไว้หน้าข้าต้วนหลิงเทียน!
ได้ยินคําพูดดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน อวี๋ตงฟางก็มองลีกมายังต้วนหลิงเทียนรอบหนึ่ง ก่อนจะจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ทุกอย่างล้วนรอให้พบพานกันในศึกอัจฉริยะสวรรค์ แล้วค่อยใช้หมัดเท้าสนทนากัน!
“ต้วนหลิงเทียน จ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาชวนหยวนเทียน ยูไล นั่นมันคิดจะช่วงชิงร่างของเจ้างั้นเหรอ?”
ซูหลี่และคนอื่นๆ พอประสานมือคารวะฟงชิงหยางแล้ว ก็หันมามองถามต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ใช่”