ถังซานเปาโพล่งออกมาด้วยความกลัว เรื่องนี้สร้างความตกใจให้มันไม่น้อย เพราะสิ่งที่ต้วนห ลิงเทียนพูดได้ทําลายสามัญสํานึกเกี่ยวกับการชิงร่างที่มันเข้าใจไปหมดสิ้น เพราะที่มันรู้มาการชิง ร่างก็ไม่ใช่แค่ทําลายหรือหลอมกลืนจิตวิญญาณคนอื่นเพื่อยึดครองร่างกายเท่านั้นหรือไร?
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่การชิงร่างผู้อื่น ไม่เพียงจะได้ครอบครองร่างกายผู้อื่น แต่ยังสามารถดึงความรู้ความเข้าใจของผู้อื่นมาเป็นของตัวเองได้? เพราะสุดท้ายกระทั่งการหลอมกลืนวิญญาณที่ว่ากันว่าเป็นศาสตร์การชิงร่างระดับสูงสุด ก็ทําได้แค่ช่วงชิงร่างกายและความทรงจําผู้อื่นโดยไม่ได้รับผลกระทบอะไรเท่านั้น แต่ไม่อาจยึดครองความเข้าใจอะไรได้
หากทําอะไรแบบนั้นได้ ไม่ใช่ว่าสามารถปล้นชิงความเข้าใจในกฏ และจตุรวิถีแห่งสวรรค์และโลกที่ผู้อื่นเข้าใจได้เป็นว่าเล่นเลยรึไง? เพราะขอเพียงพบเจอรุ่นเยาว์ที่มีความเข้าใจสูง บรรลุกฏสูงสุดไม่ก็จตุรวิถีในสวรรค์และโลกอันใด ก็อาศัยอวิชชาดังกล่าวช่วงชิงร่างและความรู้ของอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่หมายตา จากนั้นก็หลบไปบ่มเพาะฝึกปรือให้พลังกล้าแข็ง ค่อยมาเฟ้นหาอัจฉริยะคนอื่นๆเพื่อช่วงชิงร่างสืบต่อ!
“ต้วนหลิงเทียน ยูไล นั่นมันเป็นคนจากระนาบโลกียะแน่เหรอ? เจ้ายืนยันได้แน่แล้วว่ามันเป็นมนุษย์จากระนาบโลกียะ?”
ตอนนี้เอง หลิงเจวี่ยยอวินพลันขมวดคิ้วย่นยู่ มองถามต้วนหลิงเทียนด้วยน้ําเสียงจริงจัง