เมื่อเจียงผิงอันเห็นว่าตนถูกกลุ่มผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาหมายหัว ก็ปริปากซีดขาว “ไสหัว… แค่ก ๆ”
เนื่องจากบาดแผล เขาจึงบังเอิญกระอักเลือดก่อนพูดจบ
ผู้ฝึกตนทั้งสามมองมาอย่างเหยียดหยาม
“โง่เง่า ป่านนี้ยังอวดดี ไปตายซะ!”
คนทั้งหลายชักอาวุธ พุ่งเข้ามาหมายผ่าร่างเจียงผิงอัน
ทันใดนั้น คนเหล่านั้นล้วนรู้สึกเจ็บแปลบในกาย ก่อนจะพบว่าร่างพวกตนถูกสะบั้นขาดอย่างเกินบรรยาย ร่างกายร่วงหล่นลงสู่พื้นโลหิตอุ่นร้อนฉาบแดนดิน
เพียงพริบตา ทั้งสามก็พบว่าผู้ที่ตนฟาดฟันอาวุธใส่หาใช่ผู้ฝึกตนบาดเจ็บไม่ แต่เป็นสหายของพวกตน…
“ว… วิชามายา”
ผู้ฝึกตนทั้งสามขวัญผวา
ปรากฏว่าคนผู้นี้เป็นผู้ฝึกจิต! ซ ้ายังฝึกฝนพลังวิญญาณถึงระดับน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ก่อนพวกเขาจะมาที่นี่ เพื่อรับมือกับอสูรมายา พวกเขากินโอสถต้านมายาแล้วแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้ผล
เจียงผิงอันใช้จิตสัมผัสควบคุมอาวุธของพวกเขาให้เหินขึ้นลงมือปิดฉาก
“แค่ก ๆ”
เจียงผิงอันยกมือขึ้นปิดปาก กระอักไออย่างอ่อนแรงสองหน
เก็บอาวุธและร่างของคนเหล่านี้ไป ขณะตรวจสอบมิติเก็บของของพวกเขา
มิติเก็บของของคนกลุ่มนี้มีบุปผาหน้าผีและผลึกวิญญาณอยู่นิดหน่อย แม้จะไม่มากนัก แต่เนื้อยุงก็ยังเป็นเนื้อ
เจียงผิงอันลากร่างสาหัสของตนออกนอกพนาผีเบญจภัย ยามนี้อันตรายเกินกว่าจะมองหาบุปผาหน้าผีต่อ
ระหว่างทางออก เขาได้พบผู้ฝึกตนมากมาย
ยามผู้ฝึกตนบางคนเห็นว่าเขาบาดเจ็บ ก็นำทรัพยากรมาให้เขา‘อย่างระริกระรี้