ระกันว่าเจ้าจะฝึกฝนกับคู่บำเพ็ญสามคนได้สามวันสามคืนพร้อมกัน”
เจียงผิงอัน “…”
เขารู้สึกเหมือนถูกเข้าใจผิดชอบกล
“ข้ามาขายบุปผาหน้าผี”
เจียงผิงอันเอ่ยอย่างอ่อนแรง
ศิษย์ผู้นั้นพินิจเจียงผิงอันอย่างระมัดระวัง แล้วสีหน้าก็แปรเปลี่ยน“ลมหายใจไม่เสถียร ขอบเขตกระเพื่อมไปมา รากฐานของเจ้าเสียหาย จบสิ้นแล้ว เจ้าไร้ประโยชน์แล้ว”
ศิษย์ผู้ซื้อขายอยู่ข้างกันชำเลืองมาอย่างเห็นอกเห็นใจ
น่าสงสาร รากฐานถูกทำลาย ชีวิตนี้เขาไร้โอกาสบรรลุเซียนแล้ว
เจียงผิงอันนั่งบนเก้าอี้หน้าร้านอย่างอ่อนแรง ผ่อนลมหายใจยาวจึงกล่าวว่า “มิใช่ว่ามีโอสถเก้าวงจรจักรวาลที่รักษารากฐานได้หรือ?”
“บิดาของสหายเต๋าเป็นผู้อาวุโสหรือ?”
ศิษย์ผมแดงพลันนั่งตัวตรง ถามขึ้นอย่างเคร่งขรึม
“เปล่า ข้ากำพร้าบุพการี” เจียงผิงอันตอบตามจริง
“เช่นนั้นเจ้ายังหวังอยากได้โอสถเก้าวงจรจักรวาลลม ๆ แล้ง ๆอีกหรือ? ไฉนมิไปภพเซียน ขอให้เซียนช่วยรักษาเจ้าเสียเลยเล่า?”
เมื่อศิษย์ผมแดงรู้ว่าอีกฝ่ายไร้ผู้หนุนหลัง เขาก็กลับสู่ท่าทีเกียจคร้าน เอนกายกลับพิงเก้าอี้ มองเจียงผิงอันด้วยสายตาพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
โอสถเก้าวงจรจักรวาลเม็ดละสามแสนแต้มผลงาน เทียบได้กับสมบัติลับ สำหรับศิษย์ผู้ไร้คนสนับสนุน นี่เป็นราคาสูงเสียดฟ้า
มิใช่ว่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาจะหาสามแสนแต้มมาไม่ได้แต่บนเส้นทางการฝึกฝน ไม่มีทางไม่ใช้จ่าย
แต้มผลงานของคนส่วนใหญ่ต้องสู้แลก และการต่อสู้ก็ต้องใช้อาวุธ