ฟงชิงหยางนั้นมักจะมาหาต้วนหลิงเทียนบ่อยๆ แต่เป็นเพราะอยู่ด้านนอก และเฝ้ามองต้วนหลิงเทียนผ่านค่ายกล ทําให้ต้วนหลิงเทียนไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเขาโดนอาจารย์มาแอบดู” อยู่
วันเวลาค่อยๆไหลผ่านไปอย่างเงียบงัน
เพียงพริบตาเดียวก็ได้ล่วงเลยไปอีกร้อยปี
อย่างไรก็ตามด้านต้วนหลิงเทียนที่บ่มเพาะฝึกฝนอยู่ในหุบเขารอยกระบีนั้น ลืมเลือนเวลาไปโดยสิ้นเชิง นอกจากตื่นขึ้นมารับทรัพยากรบ่มเพาะที่ฟงชิงหยางนํามามอบให้ เวลาสวนใหญ่ต้วนหลิงเทียนก็จมอยู่ในภวังค์บ่มเพาะฝึกปรือทั้งสิ้น
“หยุดฝึกก่อนเถอะ…”
วันนี้เองในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกําลังบ่มเพาะพลังตามปกติ อยู่ๆฟงชิงหยางก็ปรากฏตัวขึ้นและขัดจังหวะการฝึกปรือของเขา “สักพักเจ้าต้องไปกับข้า…นานๆวิหารเฟิงฮ่าวจะใจกว้างสักครั้งข้าจะพาเจ้าไปร่วมสนุกด้วย”
“หืม?”
ต้วนหลิงเทียนที่ตื่นขึ้น หันไปมองฟงชิงหยางด้วยสายตาว่างเปล่า “ท่านอาจารย์ ที่ท่านบอกว่าวิหารเฟิงฮาวใจกว้างมันหมายความว่าอย่างไรหรือ?”
“วิหารเฟิงฮ่าวนั่น ทุกๆรอบ 1,000 ปีมันจะจัดงานประลองที่เรียกว่า “ศึกอัจฉริยะสวรรค์”ขึ้นมา…และตอนนี้ก็เหลือเวลาอีก 1 ปีเท่านั้นก็จะครบรอบจัดศึกอัจฉริยะสวรรค์ที่ว่าในงานจะมี อัจฉริยะที่มีอายุไม่เกิน 1,000 ปีจากระนาบเทวโลกทั้งหลายมาเข้าร่วมการแขงขันช่วงชิงเกียรติยศชื่อเสียง