อย่างไรก็ตามฟงชิงหยางในวันนี้กลับบรรลุถึงขอบเขตเทพ พลังฝีมือแข็งแกร่งขึ้นไปอย่างร้ายกาจ คิดฆ่ามันยังง่ายดายไม่ต่างตัดหญ้าฆ่าไก่
เช่นนั้นเมื่อเผชิญกับคําขู่ของฟงชิงหยาง มันก็ได้แต่ต้องหอบหิ้วศิษย์คนรองมาให้อีกฝ่ายด้วยตัวเอง
“จักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้ว…”
ต้วนหลิงเทียนที่ยืนข้างๆฟงชิงหยางมองไปยังจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วที่ถูกพลังสะกดกักข้างๆหยางอวิ๋นเซียวด้วยสายตาเฉยเมย ใบหน้าเขาไม่มีความโกรธใดๆ เรียกว่านิ่งสงบราวมองคนแปลกหน้าไม่คล้ายมองศัตรู
เหตุผลก็คือ ในสายตาต้วนหลิงเทียนข่งเฝินไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายไปแล้ว
“เจ้านั่นรึ?”
ฟงชิงหยางหันไปมองถามต้วนหลิงเทียน
“ใช่”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า
“เจ้าลงมือเองเถอะ”
ฟงชิงหยางกล่าว
“ทราบแล้วอาจารย์”
ต้วนหลิงเทียนก้าวออกมาหยุดลงเบื้องหน้าจักรพรรดิสวรรค์ผู้โหย่วเทียน หางอวิ๋นเซียวพลางกล่าว “จักรพรรดิสวรรค์หยางอวิ๋นเซียว รบกวนเจ้าจับมันไว้แน่นๆให้ข้าฆ่าได้ถนัดๆมือหน่อย”
“หากเจ้าจับมันไม่ดีปล่อยให้มันมาทําร้ายข้าได้ข้าเกรงว่าอาจารย์คงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่”
กล่าวถึงประโยคท้าย ต้วนหลิงเทียก็คลี่ยิ้มสดใสออกมา
ได้ยินคําพูดของต้วนหลิงเทียน แม้หยางอวิ๋นเซียวจะมีโมโหที่อีกฝ่ายเสแสร้ง แต่มันก็ทําได้แค่พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง ใบหน้ายังปั้นยิ้มร่าพลางกล่าว “ศิษย์หลานต้วนอย่าได้กังวล มีข้าจับอยู่ มันไม่อาจทําอะไรเจ้าได้หรอก!”