เจียงผิงอันทราบแต่แรกแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากให้มรดกสืบทอดอะไรเขาเลย
ราวกับเดิน ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีคนรวยผู้หนึ่งเดินมาบอกเขาว่า ‘ดูสภาพเจ้าไม่เลว ข้าจะยกสมบัติทั้งหมดของข้าให้เจ้า’ กระนั้น
ใครจะไปเชื่อลง?
“ยามนี้ เซียนผู้นี้จะให้โอกาสเจ้า ให้เซียนผู้นี้ยึดร่างของเจ้าเสียอย่าขัดขืน ภายหน้าร่างของเจ้าจะได้เปรมปรีดิ์กับเกียรติภูมิไม่จบสิ้นหาไม่ ตาย!”
เสียงเย็นเยียบคุกคามดังมาจากโลหิตสีดำหยดนั้น
เหตุที่มันใช้วิธีล่อลวงก่อนหน้านี้ก็เพื่อตัดปัญหา แต่ผู้ฝึกตนผู้นี้ฉลาดเกินกว่าจะเชื่อลง
อักขระรายรอบถูกกระตุ้น เรืองรองด้วยรัศมีเจิดจ้า แรงกดดันกระหน ่าเข้าใส่เจียงผิงอันราวดวงดาวโถมถล่ม
เจียงผิงอันในขณะนี้อ่อนแอเช่นมด ถูกกดลงกับพื้นอย่างมิอาจขัดขืนทันที
“จิตศาสตรา!”
เจียงผิงอันตะโกนในใจ
ขณะนี้ไม่มีวิธีจัดการอื่นนอกจากหนีแล้ว
“เคลื่อนย้ายไม่ได้! รอบข้างเต็มไปด้วยอักขระเซียน สร้างเป็นอาคมมิติแยก ข้ามิอาจควบคุมได้เลย!”
จิตศาสตราตอบกลับรวดเร็ว น ้าเสียงเคร่งขรึม
โลหิตทมิฬหยดนั้นลอยเข้ามาหาเจียงผิงอัน
“ใช้อีกฝ่ายสังเวยได้หรือไม่?” เจียงผิงอันตะโกนอย่างร้อนใจ
เขาในยามนี้ขยับมิได้ ไม่อาจใช้อำนาจใด ๆ
“ไม่ได้ โลหิตหยดนี้ไม่ใช่ของจากทั้งภพบุกเบิกและภพแร้นแค้นแต่เป็นโลหิตเซียน อยู่เหนืออิทธิพลกฎเกณฑ์ของข้า”
จิตศาสตราถอนใจ “ขออภัยยิ่ง ต้องบอกลาเจ้าเสียแล้ว”
ตัวจิตศาสตราเองไร้พลังต่อสู้ มิอาจช่วยเหลือเจียงผิง