เพราะตอนนี้เว้นเสียแต่จักรพรรดินีสวรรค์แห่งลั่วสุ่ยเทียนผู้เป็นประมุขนิกายลั่วสุ่ยของมันมาเอง เกรงว่าคงไม่มีใครสามารถต่อกรกับเมิ่งหลัวได้เลย
“ใต้เท้าเมิ่งหลัว…”
สุดท้ายก็มีคนรวบรวมความกล้าเอ่ยออกมาว่า “พวกเรามายังระนาบเซียนคราวนี้ เพราะได้รับคําสั่งจากเบื้องบนและผู้ออกคําสั่งพวกเรายังเป็นธิดาเทพอีกด้วย”
“ที่สําคัญ องค์ธิดาเทพยังกล่าวอีกว่านี่เป็นคําสั่งโดยตรงจากท่านประมุขอีกด้วย”
“ใต้เท้าเมิ่งหลัวท่านก็น่าจะรู้จักท่านประมุขของพวกเราดี…เพราะประมุขนิกายเรา คือจักรพรรดินีสวรรค์แห่งลั่วสุ่ยเทียน”
ฟังจากวาจาของมัน เห็นชัดว่าคิดยกอ้างจักรพรรดินีสวรรค์แห่งลั่วสุ่ยเทียนออกมาข่มขู่ให้เมิ่งหลัวหวาดกลัว และถอยกลับไปหลังได้รู้ว่ากําลังจะเผชิญหน้ากับใคร
“จักรพรรดินีสวรรค์ลั่วสุ่ยเทียน?”
เมิ่งหลัวมองลึกไปยังผู้ที่กล่าวคําเมื่อครู่ “เจ้าคิดว่าหากเจ้ายกอ้างจักรพรรดินีสวรรค์ลั่วสุ่ยเทียนออกมา แล้วข้าจะกลัวงั้นหรือ?”
คนที่ยกอ้างจักรพรรดินีสวรรค์ลั่วสุ่ยเทียนออกมา พอโดนเมิ่งงหลัวย้อนถาม สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เหงื่อเย็นยังไหลย้อยลงมาจากหน้าผาก “ไม่กล้าใต้เท้าเมิ่งหลัว ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นจริงๆ!”
“ที่ไฉนข้าถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้ เพราะข้าได้รับแจ้มาว่านิกายลั่วสุ่ยของเจ้าคิดฆ่าสรรพชีวิตบนระนาบเซียนทั้งหมด…”