ลี่เฟยเหลือบมองข่งโย่วอี้ผ่านๆ ก่อนจะเลิกสนใจมัน ตอนนี้อาจารย์ของนางอยู่ทั้งคน ไหนเลยต้องกังวลกับอีกฝ่ายด้วย
และคําพูดของลี่เฟยก็ทําให้ข่งโย่วอี้หัวเสียนัก อย่างไรก็ตามมันสูดลมหายใจเข้าลึกๆไม่กี่ที ก็สงบโทสะที่มีต่อลี่เฟยลงได้
จากนั้นมันก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนตาขวาง ราวกับจะนําโทสะทั้งหมดไปลงกับต้วนหลิงเทียนแทน กล่าวคําด้วยรอยยิ้มเย้ยเยาะว่า “ไอ้หนู เจ้ากระเสือกกระสนดั้นด้นมาหาศิษย์น้องหญิงลี่เฟยถึงพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ฝูโหย่วเทียนเช่นนี้ หรือคิดมาขอข้าวที่นี่รับประทานเปล่าด้วย?”
“ขอข้าวรับประทานเปล่า?”
ต้วนหลิงเทียนไม่ได้โกรธอะไรกับวาจาแดกดันของข่งโย่วอี้ “แล้วไง จะข้าวรับประทานเปล่าก็ดี แต่ข้าว่าคนแถวนี้ยังไม่มีปัญญาได้กินข้าวที่เสี่ยวเฟยเอ๋อหุงกระมัง?”
หลังได้ยินวาจายอกย้อนของต้วนหลิงเทียน สีหน้าข่งโย่วอี้ก็มีดลงปานน้ําหมึก “เฮอะ แลดูเจ้าจะภูมิใจนักหนีที่ได้เกาะสตรีกิน? ข้าไม่ทราบจริงๆว่าศิษย์น้องหญิงไปหลงใหลตัวไร้ประโยชน์เช่นเจ้าได้อย่างไร!?”
“ศิษย์น้องหญิงลี่เฟย นี่น่ะหรือบุรุษที่เจ้าเลือกเป็นสามี? ก็แค่ไอ้หนุ่มหน้าขาวดั่งสัดใส่ข้าวใช้การไม่ได้คนหนึ่ง มิได้คู่ควรกับเจ้าแม้แต่น้อย!”
ข่งโย่วอี้หันไปกล่าวเตือนลี่เฟย
ลี่เฟยเพียงเอ่ยตอบด้วยน้ําเสียงไม่แยแส “บุรุษของข้าจะคู่ควรไม่คู่ควรอยู่ที่ข้าตัดสิน…ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า!”
“จักรพรรดอมตะหนามม่วง”