ตอนนี้เอง ต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองกล่าวกับจักรพรรดิอมตะหนามม่วงด้วยรอยยิ้ม “หากท่านไม่มีใดอื่นแล้ว เช่นนั้นข้าจะพาเสี่ยวเฟยเอ๋อไปกับข้าวันหน้าหากมีเวลาว่างข้าจะพาเสี่ยวเฟยเอื้อมาเยี่ยมท่านบ่อยๆ”
ได้ยินคําพูดของตัวนหลิงเทียน สีหน้าจักรพรรดิอมตะหนามม่วงก็มีดลงทันที “เจ้าคิดพาเฟยเอ๋อไป เจ้ามั่นว่าจะรับรองความปลอดภัยให้นางได้แล้วหรือ? แล้วเจ้ารับประกันได้หรือไม่ว่าเจ้าจักไม่ถ่วงรั้งนางทําให้พรสวรรค์ของนางจําต้องเสียเปล่า?”
“หากเจ้าสามารถรับประกันทุกอย่างที่ข้าว่ามาได้ ข้าก็อนุญาตให้เจ้าพาเฟยเอ๋อไปได้! แต่ถ้าเจ้าไม่อาจรับปากทั้งไร้หลักประกันใดๆให้ข้าเห็น ขอภัยแต่ข้ามิอาจวางใจให้เจ้าพาเฟยเอ๋อไปกับเจ้าได้!!”
จักรพรรดิอมตะหนามม่วงกล่าวคําขาด
เนื่องจากนางเห็นแล้วว่าดูเหมือนต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิด เช่นนั้นนางจึงไม่ตัดหนทางอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ไม่ทันที่ต้วนหลิงเทียนจะได้พูดอะไร ก็เป็นข่งโย่วอี้โพล่งออกมาด้วยความประหลาดใจก่อน “ศิษย์น้องหญิงลี่เฟย เจ้าเจ้าคงไม่บ้าจี้ตามมันไปตกระกําลําบากหรอกนะ?”
ถึงแม้ก่อนหน้ามันจะกล่าวแขวะเรื่องอีกฝ่ายคิดรับประทานข้าวเปล่าที่นี่ หมายบีบให้อีกฝ่ายไสหัวไปให้พ้นๆ แต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายกลับบอว่าจะพาลี่เฟยไปจากพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ของฝูโหย่วเทียนจริงๆ