อย่างไรก็ตามข่งโย่วอี้ก็ไม่คิดปล่อยให้เรื่องนี้มันจบง่ายๆ “ศิษย์น้องหญิงเจ้าคิดให้ดี หากออกจากพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ไป เจ้าจะไปหาสภาพแวดล้อมบ่มเพาะดีๆเช่นนี้ได้ที่ไหน ยังมีทรัพยากรบ่มเพาะอีก ที่ไหนจักมีทรัพยากรบ่มเพาะให้เจ้าดีเท่าที่นี่เล่า?”
“ตราบใดที่ข้าได้อยู่กับคนรักของข้า เรื่องอื่นใดล้วนไร้สําคัญ สิ่งที่เจ้าว่ามาข้าหาได้สนใจไม่”
ลี่เฟยเหลือบมองข่งโย่วอี้ด้วยหางตา กล่าวตอบเสียงเรียบ
จากนั้นลี่เฟยก็หันไปมองจักรพรรดิอมตะหนามม่วง ก่อนจะคุกเข่าลงทันที “ท่านอาจารย์ ตลอดหลายปีมานี้เหตุผลเดียวที่ทําให้ข้าขยันบ่มเพาะอย่างหนัก ล้วนเพราะให้มีพลังไปตามหาสามีของข้า”
“ตอนนี้ในเมื่อข้าได้พบกับสามีของข้าแล้ว เรื่องอื่นใดนอกจากอยู่กับเขา ล้วนเป็นเรื่องรอง”
“ตลอดหลายปีที่ผ่าน ลี่เฟยจดจําทั้งซาบซึ้งบุญคุญและความเมตตาที่ท่านอาจารย์มอบให้ได้ชัดเจนวันหน้าหากอาจารย์มีเรื่องราวใด ต่อให้บุกน้ําลุยไฟเพื่อท่าน ศิษย์ก็ไม่คิดปฏิเสธ!”
“และวันหน้าหากมีเวลา ศิษย์จะกับมาหาท่านบ่อยๆ”
ลี่เฟยกล่าวออกด้วยน้ําเสียงจริงจังนัก
ตอนนี้ลี่เฟยไม่รู้ด้วยซ้ํา ว่าต้วนหลิงเทียนจะจัดหาสถานที่บ่มเพาะอันมีสภาพแวดล้อม ดีๆหรือทรัพยากรอะไรให้นางได้หรือไม่ นางไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ขอแค่ให้ได้อยู่กับต้วนหลิงเทียนอีกครั้งเป็นพอ
“เฟยเอ๋อ”