จักรพรรดิอมตะหนามม่วงพอได้ฟังก็หันไปมองกล่าววกับลี่เฟย สายตาของนางยัง เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างหาที่สุดไม่ได้ “อาจารย์เข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี หาไม่ แล้วตอนเจอสามีเจ้า อาจารย์คงไม่บอกว่ามันสามารถอยู่ที่ได้แต่แรก ที่อาจารย์อยากให้มันอยู่ในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์….เพราะอยากให้เจ้าสามารถบ่มเพาะพลังต่อได้อย่างวางใจ”
“แต่มิคาดบุรุษของเจ้ากลับปฏิเสธสิ่งนี้ยังไม่ใช่คิดทําให้พรสวรรค์ของเจ้าสูญเปล่าหรือไร ยังไม่ใช่ทําให้เจ้าต้องตกอยู่ในความเสียงเพราะต้องไประหกระเหินอยู่ด้านนอกหรือไร?”
“หากเป็นเช่นนั้นบุรุษของเจ้าก็มีแต่จะถ่วงรั้งความกก้าวหน้าของเจ้าเท่านั้น”
จักรพรรดิอมตะหนามม่วงคลี่ยิ้มขื่นขม
และพอจักรพรรดิอมตะหนามม่วงกล่าวจบคํา ข่งโย่วอี้ก็ได้ที่หันไปมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยน้ําเสียงหยินหยาม “ไอ้หนู! เจ้าอย่าได้เห็นแก่ตัวให้มันมากนัก! เพื่อความสุขส่วนตัวของเจ้าคนเดียว เจ้าคิดทําลายอนาคตของศิษย์น้องหญิงลี่เฟยและทําให้พรสวรรค์ของนางต้องสูญเปล่างั้น!?”
“จักรพรรดิอมตะหนามม่วง”
ต้วนหลิงเทียนไม่ได้สนใจอะไรข่งโย่วอี้แม้แต่น้อย เพียงหันไปมองจักรพรรดิอมตะหนามม่วงด้วยสายตาพึงพอใจ เอ่ยออกด้วยน้ําเสียงจริงจัง “ข้าซาบซึ้งยิ่งนักที่ท่านดีต่อเสี่ยวเฟยเอ๋อขนาดนี้”