“วันนี้ข้าขอรับปากกับท่านไว้เลยว่าหลังจากที่ข้าพาเสี่ยวเฟยเอ๋อออกจากพระราชวัง จักรพรรดิสวรรค์ฝูโหย่วเทียนแล้ววันหน้านางจะมีสถานที่บ่มเพาะที่มีสภาพแวดล้อมใน การบ่มเพาะไม่น้อยกว่าที่นี่แม้แต่นิดเดียว อีกทั้งทรัพยากรในการบ่มเพาะที่ข้าจะมอบให้นาง ก็มีแต่จะเหนือกว่า และไม่ด้อยกว่าที่นี่เป็นแน่!”
ล้อกันเล่นหรือไร?
สภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะภายในโลกใบเล็กภายในกายของเขามันเทียบได้กับบระนาบเทพแล้ว อาศัยแค่พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ยูโหย่วเทียนจะมาเทียบชั้นอันใดได้?
เป็นธรรมดาว่าเรื่องนี้เขาไม่อาจพูดออกไปได้
“ไร้สาระสิ้นดี!!”
ในขณะที่จักรพรรดิอมตะหนามม่ววงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ด้านข่งโย่วอื้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังลั่น กล่าววถากถางด้วยน้ําเสียงดูแคลนว่า “น้ําหน้าอย่างเจ้าเนี่ยนะไอ้หนู จะทําอะไรแบบนั้นได้? เจ้าไม่กระดากปากตัวเองบ้างหรือไรที่คุยโวโอ้อวดเช่นนี้ออกมา?”
“ที่นี่คือพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แห่งฝูโหย่วเทียน เป็นดั่งสถานที่บ่มเพาะอันศักดิ์สิทธิ์ของระนาบฝูโหย่วเทียน ผู้คนมากมายได้แต่ฝันอยากจะเข้ามาบ่มเพาะที่นี่!”
“ในระนาบฝูโหย่วเทียน มีขุมกําลังระดับสวรรค์ระดับแนวหน้าไม่กี่แห่งเท่านั้น ที่พอจะมีสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะเทียบเท่าที่นี่ได้”