“อาศัยเด็กน้อยอายุไม่ถึง 400 ปีเช่นเจ้า กระทั่งพรสวรรค์ยังอ่อนด้อยกว่าศิษย์น้องหญิง ยังกล้าล่ามเหลวไหลเช่นนี้? เจ้าไปเอาความมั่นใจผิดๆนั่นมาแต่ที่ใด?”
ลี่เฟยเคยเล่าเรื่องราวของต้วนหลิงเทียนให้จักรพรรดิอมตะหนามม่วงฟังแล้ว
ในบรรดาเรื่องที่เล่า ยังมีเรื่องที่พรสวรรค์ของต้วนหลิงเทียนอาจไม่ดีเท่านางที่ได้รับการชําระขัดเกลาจากพลังวิญญาณฟ้าดินของระนาบเทพด้วย
สําหรับเรื่องนี้จักรพรรดิอมตะหนามม่วงก็มีไปพูดกับศิษย์พี่อย่างจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วที่เป็นบิดาของข่งโย่วอี้ ทําให้ข่งโย่วอี้ก็ได้ทราบจากผู้เป็นบิดาอีกที
ด้วยเหตุนี้มันจึงเข้าใจว่าพรสวรรค์ของต้วนหลิงเทียนด้อยกว่าลี่เฟยมาก
“หากเจ้ายังสอดปากพล่ามไม่เลิก เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะฉีกปากเจ้า?”
เมื่อเห็นว่าเขาเมินเฉยก็แล้วไม่สนใจก็แล้ว แต่ข่งโย่วอี้ยังพล่ามมากไม่เลิก ต้วนหลิง เทียนก็ชักรําคาญขึ้นมา จึงหันไปมองข่งโย่วอี้พลางกล่าวเตือนด้วยสายตาน้ําเสียงเย็นชา
ข่งโย่วอี้ผงะไปครู่หนึ่ง ก็หัวเราะออกมา “ฉีกปากข้ารี?”
“ไอ้หนู เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือจักรพรรดิอมตะคนหนึ่ง ไม่ว่าจะพลังฝึกปรือหรือความ เข้าใจในกฏก็ล้วนเหนือกว่าศิษย์น้องหญิงลี่เฟยเสียอีก!”
“อาศัยเจ้าที่อายุพอๆกับศิษย์น้องหญิงลี่เฟย แถมพรสวรรค์และสติปัญญาของเจ้ายังสู้ ศิษย์น้องหญิงลี่เฟยไม่ได้ กระทั่งขอบเขตจอมราชันอมตะเจ้าก็คงไม่มีปัญญาทะลวงผ่านกระมัง?”