หลังซือปั๋วนู่นําพาพวกต้วนหลิงเทียนใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามระนาบเทวโลก จนบรรลุ ถึงสถานที่ใกล้พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์สื่อฉีเทียนที่สุดแล้ว ชือปั่วผิงก็กล่าวคําลาซือปั๋วนู่ ก่อนนร่างชราจะเหินลับฟ้าหายไปจากสายตาทุกคนเร็วไว
และในขณะที่มันเห็นร่างจากมา สองตาของมันกลับฉายชัดถึงสีสันแห่งความโลภนัก!
ทว่าไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แห่งสือฉีเทียนนั้น ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตพื้นที่ราบทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง และไม่ได้ตั้งบนผืนดินโดยตรง แต่เป็นเกาะลอยฟ้ามหึมาที่ลอยล่องอยู่เหนือหมู่เมฆ มองไกลๆ ไม่ ต่างอะไรจากอสูรกายตัวเขื่องโผบิน
“ใต้เท้านู่!”
พอมาถึงเบื้องหน้าประตูใหญ่ของพระราชววังจักรพรรดิสวรรค์สือฉีเทียน หน่วยลาดตระเวณรวมถึงผู้เฝ้าประตูก็เร่งกล่าวคําทักทายชื่อป่วนว่า “ใต้เท้านู่” ด้วยน้ําเสียงท่าที่ดูเคารพนับถือมันเป็นที่สุด
ซือปั๋วนู่ ในฐานะที่เป็นถึงจักรพรรดิอมตะสมญานามที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสองรอง จากจักรพรรดิสวรรค์สื่อฉีเทียน ศักดิ์ฐานะในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์สือฉีเทียนของมัน ก็ไม่ต่างอะไรจากฐานะของเมิ่งหลัวในพระราชวังจักรพรรดิสววรรค์แห่งจี้เมียเทียนเลย
เมื่อจักรพรรดิสวรรค์ไม่อยู่ ซือปั๋วนู่ก็มีอํานาจในการตัดสินใจเรื่องราวสําคัญๆแทนจักรพรรดิสวรรค์ได้
“ใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์เรา อาศัยอยู่ในหุบเขาเบื้องหน้า”