งเยี่ยอู๋ฉิงให้กระทำการใดฝืนใจตัวเอง
“ข้าจริงใจกับเขาอยู่แล้วนะ” หลัวอีเฟยจริงจังยิ่ง
จงหลินกำลังสู้กับวิญญาณร้าย เมื่อเห็นหลัวอีเฟยไม่ได้อยู่ข้างตัวเยี่ยอู๋ฉิง ก็ฉวยโอกาสฟาดวิญญาณร้ายมาทางเยี่ยอู๋ฉิงในหนึ่งฝ่ามือ
วิญญาณร้ายตนนี้แข็งแกร่ง สามารถฆ่ายอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาทั่วไปได้ แค่ฆ่าเยี่ยอู๋ฉิงในขอบเขตแปรเทวะนั้นไร้ปัญหาแม้สักนิด
เมื่อเห็นวิญญาณร้ายกระโจนเข้าใส่เยี่ยอู๋ฉิง จงหลินก็แสร้งตะโกน “ระวัง…”
ทว่า ไม่ทันสิ้นคำดี อัสนีสายหนึ่งก็วูบไหวมาขวางตรงหน้าเยี่ยอู๋ฉิง
วิญญาณร้ายโถมเข้าใส่ร่างของเจียงผิงอัน หายลับไร้ร่องรอย
เยี่ยอู๋ฉิงเพิ่งไหวตัวก็ยามนี้ เหงื่อกาฬเย็นเยียบผุดบนหน้าผาก
หากมิใช่ลูกพี่ไหวตัวเร็ว หากเขาไม่ตาย ก็ต้องเสียพลังชีวิตมหาศาลแน่แท้
เจียงผิงอันชำเลืองจงหลินอย่างเฉยชา “ไฉนเจ้าจึงฟาดวิญญาณร้ายนั่นมาใส่เยี่ยอู๋ฉิง?”
“เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร? วิญญาณร้ายมันเหินไปเองชัด ๆ เหตุใดเจ้าจึงมาปรักปรำข้า?”
จงหลินดูเดือดดาลเช่นผู้ถูกใส่ร้าย
อันที่จริง เขาหงุดหงิดเพราะฆ่าเยี่ยอู๋ฉิงไม่สำเร็จต่างหาก
สารเลวสมควรตายนี่ใครกัน สูบวิญญาณร้ายเข้าร่างได้ด้วยเกิดมาเพิ่งเคยเห็นพรสวรรค์เช่นนี้ครั้งแรก
เจียงผิงอันกล่าวกับจงหลินเสียงเย็น “ข้าหวังว่าเจ้าจะมิได้ตั้งใจหาไม่ เจ้าไม่ได้ออกจากพนาผีเบญจภัยแน่”
“เชอะ”
จงหลินดูเหยียดหยาม “เจ้ามันตัวอะไร ควรค่าข่มขู่ข้าแล้วหรือ?รู้จักสามอัจฉริยะขอบเขตหล