ดกั้นสายตาเขาอยู่
“เจ้าไม่รู้แล้วจะร้องหยุดเราทำไม? หลอกให้กลัวหรือ?”
จงหลินด่าเจียงผิงอันพลางพุ่งไปทันที
คนอื่น ๆ ตามเขาไป
จากสัญญาที่ทำไว้กับหลัวอีเฟย สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็แค่หาผลวิญญาณลับขัยหนึ่งผลมาให้หลัวอีเฟย
หากได้มาเกิน ที่เหลือก็เป็นของพวกเขา!
ไร้ผู้ใดอยากทิ้งความมั่งคั่งนี้
“เราก็ไปด้วยกันเถอะ”
หลัวอีเฟยยิ้มให้เยี่ยอู๋ฉิง “หากข้าเจอผลวิญญาณลับขัย ข้าจะให้เจ้ากิน เจ้าจะได้รีบ ๆ ทะลวงขอบเขตนะ”
หลัวอีเฟยก็ไม่เชื่อวาจาเจียงผิงอันเช่นกัน มีผู้แข็งแกร่งกว่าเขาอยู่ตั้งมากมายแต่ไม่เห็นอะไร เขาจะเห็นสิ่งใดได้?
แต่เยี่ยอู๋ฉิงยืนนิ่งไม่ขยับข้างตัวเจียงผิงอัน ในเมื่อลูกพี่บอกว่าที่นั่นมีปัญหา ที่นั่นก็ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน
หลัวอีเฟยเห็นเยี่ยอู๋ฉิงไม่ขยับตัว ใบหน้าจิ้มลิ้มของนางก็กระตุก
ไฉนคนผู้นี้จึงเชื่อลูกพี่อะไรนี่มากนัก สองคนนี้คงไม่มีอะไรในกอไผ่กันใช่หรือไม่? หรือเยี่ยอู๋ฉิงจะถูกลูกพี่นี่…
ขณะที่หลัวอีเฟยกำลังคิดไม่ดีไม่งาม หนึ่งเสียงกรีดร้องพลันดังออกมาจากหมอกดำ
“อะไรเนี่ย! อ๊าก!”
“เป็นไปไม่ได้! เจ้าถูกฆ่าไปแล้ว ไฉนเจ้าจึงยังมีชีวิตอยู่ นี่มันผี!ผี!”
“อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้า ข้ายอมรับแล้วว่าข้าเองที่ขโมย!”
เสียงร ่าไห้ กรีดร้อง อ้อนวอน กระทั่งเสียงขบเคี้ยวประหลาดดังก้องออกจากหมอกดำอย่างชวนขนลุกขนพอง
หลัวอีเฟยสีหน้าเปลี่ยน
“แย่แล้ว!”
มีอะไรอยู่ในนั้นจริง ๆ ด้วย!
นางนำธงค่ายกลระดั