“ถือหล่าง เจ้าอย่าได้ใฝ่ต่ํา! ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี!”
จักรพรรดิอมตะมังกร และจักรพรรดิอมตะคลื่นหมอก ก็กล่าวเตือนฉือหล่างออกมาทีละคน
“ฉือหย่าซี”
ตอนนี้เองจ้าววังเทียนฉือ โหยวเฟิงอวี้ก็หันไปมองกล่าวกับฉือหย่าชีที่ลอยร่างอยู่ไกลๆ “เกลี้ยกล่อมบิดาเจ้าเสีย”
พอโหยวเฟิงอวี้พูดเรื่องนี้ออกมา สายตาจักรพรรดิอมตะสมญานามของวังเทียนถือก็หันไปมองฉือหย่าซีเป็นสายตาเดียวกัน…เพราะพลังฝีมือของฉือหย่าชีตอนนี้กล้าแข็งนัก ไม่ได้ด้อยไปกว่าจ้าววังเทียนถือเลย เช่นนั้นทุกคนจําต้องรอฟังความเห็นของนางด้วย
ในระนาบเทวโลก ผู้เข้มแข็งย่อมได้รับความเคารพนับถือ
ที่สําคัญคือหย่าซีกลับบรรลุความแข็งแกร่งในวัยนี้ ตราบใดที่ให้เวลานางมากพอ ย่อมเติบโตก้าวหน้าไปมากกว่านี้แน่นอน อย่างน้อยๆก็ไม่มีปัญหาเรื่องเอาชนะจ้าววังเทียนฉือ…
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
ก่อนที่ฉือหย่าชีจะทันได้ตอบคําโหยวเฟิงอวี้ หล่จี้กับคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังฉือหย่าชี ก็เห็นร่าง ไปยืนเคียงข้างฉือหล่าง สร้างแนวป้องกันให้ตัวนหลิงเทียน
ฉากดังกล่าวทําให้ลูกตาต้วนหลิงเทียนหดเล็กลงอยู่บ้าง
กระทั่งผู้เฒ่าหัวที่ยืนอยู่ด้านหลังต้วนหลิงเทียน ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกที่มันได้พบเจอฉือหล่าง กับคนอื่นๆ แต่สายตาที่ใช้มองฉือหล่างกับคนอื่นๆตอนนี้ก็ฉายแววชื่นชมไม่น้อย
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่ เหลือแต่ท่านแล้วนะ”
ตอนนี้เอง หูเหม่ยพลันหันกลับมามองกล่าวกับฉือหย่าชีพลางขยิบตา