ียมดีกว่าเห็นผู้ใดร ่ารวย
“นี่มันแต้มผลงานของข้า จะให้เท่าไหร่ก็ได้อยู่แล้วนี่”
หลัวอีเฟยเมินข้อกังขาของคนอื่น ๆ หันมองเยี่ยอู๋ฉิงอย่างคาดหวัง “อู๋ฉิง เจ้าว่าใช้ราคานี้จ้างลูกพี่เจ้า สมควรแล้วหรือไม่?หากไม่สมควร ข้าเพิ่มราคาได้นะ”
“ลูกพี่ข้าคุ้มราคาแน่นอน”
เยี่ยอู๋ฉิงกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ฮิ ๆ เจ้ายินดีก็ดีแล้ว”
หลัวอีเฟยแย้มยิ้มหวาน
ปวงชน “…”
พฤติกรรมของหลัวอีเฟย กล่าวให้ดีหน่อยก็คือใจกว้าง แต่หากพูดกันแบบไม่ไว้หน้าก็คือสุรุ่ยสุร่าย
เจียงผิงอันตกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย
ถึงเขาจะมีอ่างสัมฤทธิผล เขายังไม่กล้าถลุงใช้สิ้นเปลืองเช่นนี้
แต้มผลงานมาหาถึงที่ แน่นอนว่าไม่ปล่อยหลุดมือแน่ ฟังจากวาทะเยี่ยอู๋ฉิงแล้ว แต้มผลงานนี้ได้มาง่ายไม่หยอก
ชายหนุ่มผมสีม่วงนาม จงหลินเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ศิษย์น้องหญิงหลัว เราเข้ามาในนี้สิบกว่าวันแล้ว อีกสามวันจะถึงวันส่งภารกิจ แต่เรายังหาผลวิญญาณลับขัยมิพบเลยนี่?”
ที่จงหลินมาทำภารกิจนี้ หาใช่เพื่อแต้มผลงานไม่ แต่แท้จริงคือเพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีกับหลัวอีเฟย
ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ เยี่ยอู๋ฉิงจะโผล่มาทำแผนเขาป่นปี้
“เหลืออีกสามวันเองหรือ? เวลาผ่านไปไวนัก ขอข้าดูแผนที่ก่อนนะ ผลวิญญาณลับขัยอยู่ที่ใด”
หลัวอีเฟยนำป้ายหยกออกมาตรวจเส้นทาง “หาผลวิญญาณลับขัยเจอยามใด ต้องให้อู๋ฉิงของข้ากินก่อน เขาจะได้บรรลุสู่ขอบเขตหลอมสุญตาได้”
“กรอด!”
ไม่รู้ว่าผู้ใดริษยาเกินเหตุ