หลานเหิงคลี่ยิ้มเฉยเมย “การที่เจ้าได้แต่งงานกับหลานชายของข้า นับเป็นวาสนาของเจ้า เจ้าอย่าได้ดื้อรั้นไม่รู้ผิดชอบชั่วดีอีกเลย หากเจ้าไม่อยากให้คนทั้งนิกายกระบี่เมฆรุ้งถูกกลบฝังไปพร้อมกับเจ้า ทางที่ดีเจ้ากลับไปกับพวกเราเสียประเสริฐกว่า”
“ฮึ!”
ตอนนี้เองเฟิงเทียนหวู่ก็ลุกขึ้นมาเช่นกัน จากนั้นก็ก้าวออกไปยืนเคียงข้างต้วนซือหลิง มองหลานเหิงพลางพ่นลมเย้ยหยัน กล่าวว่า “หลานเหิง เจ้ายังมีหน้ามากล่าวคําผิดชอบชั่วดีอีกหรือ? กระทั่งหากซือหลิงของข้าแต่งกับหานเจ้าถือเป็นวาสนาของนาง?”
“เจ้านั่น มันคู่ควรกับซือหลิงของข้างั้นรึ?”
น้ำเสียงของเฟิงเทียนหวู่นั้นประชดประชันหยามหยันถึงขีดสุด สองตายังฉายชัดถึงความรังเกียจขยะแขยง
“จักคู่ควรหรือไม่ ข้าเท่านั้นที่เป็นคนตัดสิน!”
หลานเหินคลี่ยิ้มปรามาส
“หากเจ้าอยากให้ข้าแต่งกับหลานเจ้านักเช่นนั้นเจ้าก็ลองเกลี้ยกล่อมท่านพ่อของข้าดูเถอะ!”
ดวงตาทุ่งงามของซือหลิงหลง เอ่ยคําออกมาเสียงเย็น
และทันทีที่ต้วนซือหลิงกล่าวคํานี้ออกมา ด้านอวี่เหวินชิงกับโหยวไป๋เฟิงก็หันมามองสบตากันทันใด จากนั้นก็เห็นถึงความเหลือเชื่อในแววตาของกันและกัน
“พ่อเจ้า?”
หลานเหิงเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นก็เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงท้าทาย “เฮอะ แล้วพ่อเจ้าไปมุดหัวอยู่ที่ใดเล่า หากมันอยู่ต่อหน้าข้า มีหรือที่มันยังจะไม่กล้าให้หน้าข้าหลานเหิงผู้นี้?”
และแทบจะพร้อมๆกันกับที่เสียงพูดหลานเหิงดังจบคํา