ตอนนี้เองเสี่ยวจินก็ส่งเสียงผ่านพลังมาหาต้วนหลิงเทียน “ หากเป็นไปได้ข้าไม่อยากกลับไปหุบจันทร์โลหิตเลย เพราะถ้ากลับไปแล้ว ข้ามีหวังได้ถูกจับตาดูตลอดเวลา ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนจนเฉาตายแน่นอน…”
ต้วนหลิงเทียนไม่ได้ตอบเสี่ยวจิน เพียงมองกล่าวกับเชวียอวิ๋นเทียนด้วยน้ําเสียงจริงจัง “อาวุโสเชวีย ท่านสามารถวางใจในตัวข้าได้…หลังจากนี้สักระยะ ข้าจะพาเสียวจินกลับไปส่งที่หุบจันทร์โลหิตเอง”
“โอ้?”
สองตาเชวียอวิ๋นเทียนทอประกาย “แต่มันยังจะต่างจากเดิมอย่างไร? ในเมื่อให้เสี่ยวจินรั้งอยู่ที่เผ่ามังกร ถึงแม้ว่าอาจเป็นไปได้ที่จะให้นางบ่มเพาะเติบโตที่นี่ แต่สุดท้ายเรื่องราวก็มิใช่ไม่มีอะไรต่างจากเดิมหรือไร?”
“ไม่ พวกเราไม่ได้คิดรั้งอยู่ในเผ่ามังกร
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา “หากข้าเดาไม่ผิด ผู้อาวุโสเซวียคิดพาเสี่ยวจินกลับไป โดยใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามระนาบเทวโลกของเผ่ามังกรกระมัง?”
“อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าท่านจะอ้อมไประนาบเทวโลกใดหรือเดินทางกลับทางไหน ก็ไม่พ้นต้องโดนศัตรูดักอยู่ก่อนถึงหุบจันทร์โลหิตอยู่ดี และจากที่ท่านว่ามา น่ากลัวพวกมันจะส่งคนออกมาไม่น้อยจริงๆ ป่านนี้ไม่พ้นต้องกางขายฟ้าแหสวรรค์รอพวกท่านเอาไว้แล้ว”
“แต่ถ้าข้าเป็นคนพาเสียวจินไป ข้าย่อมไม่คิดจะพานางกลับไปหุบจันทร์โลหิตทันที แต่จะพานางติดตามข้าไปบ่มเพาะที่ระนาบเทวโลกอื่นสักระยะ”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว