บทที่ 46 พี่ชายอันดับที่หนึ่ง (3)
หลิ่วอิ๋งกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ขณะมองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่อย่างขอความช่วยเหลือ “ตอนนี้ฉันควรทำยังไง ฉันจะทิ้งสิ่งนี้ไปได้ไหม”
“ทิ้งมันไปก็น่าเสียดาย บริจาคเถอะ พิพิธภัณฑ์ก็ได้”
เฝ่ยไป๋ลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “คุณเป็นวัยรุ่นผู้เปี่ยมไปด้วยพลังหยาง แต่ตอนนี้คุณกลับมีพลังหยินที่รุนแรง เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เกิดจากที่ใส่ปากกาซึ่งเป็นวัตถุโบราณเท่านั้น แต่ฉันสงสัยว่ามีคนเปลี่ยนฮวงจุ้ยบ้านของคุณ …ถ้าคุณไม่รังเกียจ แสดงแผนผังฮวงจุ้ยของบ้านคุณให้ฉันดูหน่อยได้ไหมคะ”
เมื่อนักอภิปรัชญาสังเกตวัตถุ ก็จะอาศัยพลังปราณในการตัดสินใจเป็นหลัก
และพวกเขาส่วนใหญ่ไม่สามารถมองเห็นพลังปราณในรูปแบบสามมิติผ่านภาพสองมิติบนหน้าจอได้ ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะเลือกลงสำรวจในสถานที่จริง เพื่อสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณ
แต่แน่นอนว่ามีข้อยกเว้นอยู่ เช่นว่าบางคนสามารถจับภาพการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณได้ในบางช่วงเวลา ด้วยเหตุนี้จึงมีข่าวลือบนอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งคราวว่า มีคนถ่ายภาพเหตุการณ์เหนือธรรมชาติได้
เฝ่ยไป๋ลู่มีดวงตาหยินหยาง*[1] ซึ่งไม่ถูกจำกัดด้วยภาพสองหรือสามมิติ และสามารถมองเจาะทุกสิ่งผ่านหน้าจอได้
“ฉันเข้าใจแล้ว ได้โปรดเถอะ” หลิ่วอิ๋งยกโทรศัพท์ขึ้น แล้วเดินไปรอบ ๆ ห้อง
เพื่อนชาวเน็ตในช่องถ่ายทอดสดชาวาบไปหมดแล้ว
[ตื่นมาบนเตียงที่ยาวสองร้อยเมตรทุกวัน ประโยคนี้ฉันคิดว่ามันเป็น