าไม่ต้องการบังคับลูกชายคนเล็กให้ต้องเติบโต แต่สถานการณ์ของตระกูลหลิ่วในตอนนี้ไม่ดีนัก ลูกชายคนโตที่เป็นความหวังและได้รับการดูแลอย่างดีในฐานะทายาทของตระกูล จู่ ๆ ก็ตกอยู่ในอาการโคม่า พ่อแม่อย่างพวกเขาก็แก่ตัวลงทุกวัน จนตอนนี้ก็แทบจะหมดแรงจัดการเรื่องต่าง ๆ แล้ว
สถานการณ์กำลังกดดัน เพื่อเห็นแก่อนาคตของลูกชายคนเล็ก เขาจึงต้องทำให้ลูกชายคนเล็กรีบโตขึ้น
หลิ่วอิ๋งมีชีวิตที่ราบรื่นตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมา ด้วยเขามีพี่ชายฉลาดและมากความสามารถคอยสนับสนุน เด็กหนุ่มจึงเป็นแค่เศรษฐีรุ่นสองที่เกียจคร้าน เขาไม่ต้องการสานต่อธุรกิจของครอบครัว และไม่มีความสามารถอะไร
เมื่อคิดว่าพี่ชายที่หมดสติของเขาอาจถูกทำร้าย หลิ่วอิ๋งก็ปาดน้ำตา สูดน้ำมูก เขายกโทรศัพท์ขึ้นแล้วมองกล้อง
เขาเล่าให้เฝ่ยไป๋ลู่ฟังเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวพร้อมกับถาม “พี่ได้รับการตรวจร่างกายทุกปีและออกกำลังกายเป็นประจำ เขามีสุขภาพดีกว่าฉันอีก จู่ ๆ เขาจะโคม่าได้อย่างไร อาจารย์คิดว่าพี่ชายของฉันโดนคนทำร้ายหรือเปล่า?”
“ทำไมแกเอาเรื่องในบ้านไปบอกคนนอกแบบนั้น” คุณพ่อหลิ่วปวดหัว “ปิดมันซะ หยุดสร้างปัญหาได้แล้ว”
“ไม่! นี่คืออาจารย์เฝ่ย เธอเป็นคนบอกผมว่าของในบ้านล้วนเป็นของวัตถุฝังศพ เธอเก่งจริง ๆ พ่ออย่าห้ามผมเลย” หลิ่วอิ๋งรู้สึกว่าการที่พี่ชายเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลและไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ก็ยังอยู่ในอาการโคม่า นั่นมันแปลกมาก เขาจึงอยากลองให้เฝ