ง
แมลงตัวนี้สามารถจับปราณอันหลงเหลือของผู้ฝึกตนได้ พวกเขาเลี้ยงไว้เพื่อให้ไล่ตามศัตรู
ทว่า ยามแมลงตัวนี้เข้ามาในพนาผีเบญจภัย มันพลันบินกระสับกระส่าย บินไปทางโน้นทีทางนี้ที
จินตี๋ขมวดคิ้ว ปล่อยแมลงสะกดรอยออกมาเพิ่มอีกสองสามตัว
แมลงสะกดรอยทั้งหลายล้วนบินไปตัวละทางกันหมด
“หัวหน้า มันเกิดอะไรขึ้นหรือ?”
ผู้ใต้บัญชาคนหนึ่งถามขึ้นอย่างสงสัย
แมลงสะกดรอยยากนักจะผิดพลาด หรือจะเป็นอิทธิพลของพนาผีเบญจภัย?
จินตี๋มองแมลงสะกดรอยบินป่วนไปหมดก็เอ่ยว่า “อีกฝ่ายน่าจะใช้อวตาร แบ่งแยกกันออกไปหลายร่าง จึงเกิดเป็นเหตุเช่นนี้”
ผู้ใต้บัญชาตกใจ “ไฉนเจียงผิงอันจึงใช้อวตาร เขาหาเราเจอแล้วหรือ?”
จินตี๋ส่ายหัว “ไม่มีทาง วิชาอำพรางกายของเราฝ่ายรักษาระเบียบล ้าเลิศอย่างยิ่ง หากมิได้ห่างกันระดับขอบเขตใหญ่ ก็ไม่มีทางหาพบได้แน่นอน”
“แล้วหากรู้ว่าเรามาแล้วจริง ๆ หากเจ้าเป็นเขา เจ้าจะทำเช่นไร?”
“หากเป็นข้า จะรีบกลับไปซ่อนในพื้นที่พำนักของสำนัก ไม่ก็ไปพึ่งบารมีประมุขศาลา” ผู้ใต้บัญชาตอบกลับ
จินตี๋พยักหน้า “ถูกต้อง หากเขารู้ว่าเรามากันจริง ๆ มีหรือจะยังไม่รีบหนีเข้าสถานที่พลุกพล่าน แต่กลับมุ่งหน้าต่อสู่ส่วนลึกของพนาผี? คิดจะจับตัวเราทั้งหมดหรือไร?”
“เขาน่าจะมองหาบุปผาหน้าผีอยู่ จึงใช้อวตารเพื่อร่นเวลา”
“เอาล่ะ ให้ผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาแต่ละคนพาคนติดไปด้วยเป็นกลุ่มสองสามคน แยกกันไล่ล่าพวกเขา หลังพบตัวเจียงผิงอัน