ฆ่าทันที!”
“ทราบ!”
คนทั้งสามสิบแบ่งกลุ่มย่อย ก่อนจะตามแมลงสะกดรอยแยกกันไปหาเจียงผิงอัน
ในฐานะยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ จินตี๋มิต้องให้ผู้ใดช่วย ไล่ตามหนึ่งทิศทางไปคนเดียว
ยิ่งมุ่งหน้าเข้าลึก วิญญาณร้ายก็ยิ่งดุดันทวีคูณ ม่านหมอกก็ยิ่งหนาทึบขึ้นทุกที
จินตี๋ใช้โล่ธาตุไฟเพื่อป้องกันสรรพสิ่งน่ารังเกียจทั้งหลายนี้
“มารดามัน!”
แม้วิญญาณร้ายเหล่านี้จะทำร้ายเขามิได้ พวกมันก็น่ารำคาญยิ่งและเขาก็เกลียดกลิ่นของที่นี่เสียยิ่งกว่าอะไร
เขาสาบานว่าเจอเจียงผิงอันเมื่อไหร่ เขาจะระเบิดศีรษะ ดื่มสมองของคนผู้นี้เสีย
หลังจากเหินตามแมลงสะกดรอยอยู่นาน ปราณมารรอบข้างก็ยิ่งทวีความเข้มข้น ปราณมรณะ ปราณชั่วร้ายและกลิ่นคาวเลือดผสานรวมกันคลุ้งตลบสู่ฟ้า
“สารเลวนั่นหายหัวไปไหนของมัน?”
จินตี๋เจียนขาดความอดทน ขณะที่เขากำลังจะหยิบป้ายแสดงตัวมาติดต่อคนอื่น ๆ นั้นเอง จิตสัมผัสของเขาก็สะท้าน กวาดไปเจอเจียงผิงอันเข้า!
ขณะที่เขากำลังจะพุ่งเข้าไปอย่างตื่นเต้น เขาก็พลันหยุดชะงัก
หากนี่เป็นเพียงอวตารร่างหนึ่งของเจียงผิงอัน พุ่งเข้าใส่เสียยามนี้ก็น่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ร่างจริงของอีกฝ่ายอาจหนีไปได้
จินตี๋นำยันต์สื่อสารพิเศษที่สร้างโดยฝ่ายรักษาระเบียบออกมาติดต่อคนอื่น ๆ
“พวกเจ้าพบเจียงผิงอันกันหรือยัง?”
หลังรออยู่เนิ่นนาน ก็ไร้ผู้ใดตอบกลับ
เมื่อเห็นไร้ผู้ตอบรับ จินตี๋ก็หงุดหงิดยิ่ง แผดเสียงออกมาเบา ๆ“ข้าถามอยู่ว่า พวกเจ้