าเจอเจียงผิงอันกันหรือยัง! ตอบข้าสิ!”
แต่ก็ยังไร้ผู้ใดตอบกลับ
จินตี๋พลันตระหนักว่าบางอย่างผิดปกติแล้ว
จิตสัมผัสของเขาสืบเข้าสู่สมบัติวิเศษเก็บของ ตรวจสอบป้ายชีวิตของสมาชิกกลุ่มทั้งหลาย
ทันใดนั้น สีหน้าของจินตี๋ก็แปรเปลี่ยนอย่างร้ายแรง
ป้ายชีวิตของคนทั้งสามสิบระเบิดเกลี้ยง!
นี่หมายความว่าพวกเขาตายกันหมดแล้ว!
เป็นไปได้เช่นไรกัน?
แม้พนาผีเบญจภัยจะอันตราย บางสิ่งร้ายกาจอาจปรากฏขึ้นได้ก็คงไม่มีทางที่ทุกผู้จะเผชิญอุบัติเหตุพร้อม ๆ กันหมด
หรือจะเป็นฝีมือเจียงผิงอัน?
ก็มิใช่อีก
เจียงผิงอันอยู่เพียงขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ไม่มีทางสังหารหัวกะทิสามสิบคนอย่างเงียบเชียบในชั่วกาลแสนสั้นเช่นนี้
ใบหน้าของจินตี๋ดำคล ้า หนึ่งเท้าย่างประชิด ปราดเข้าใกล้เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันไร้สีหน้าตกใจ หวาดกลัวหรืออารมณ์ใด ๆ ราวกับคาดไว้แต่แรกแล้ว
ขณะนี้ แม้จินตี๋จะไม่เต็มใจยอมรับ เขาก็ได้คำตอบแล้ว
“สารเลว เจ้าใช้ลูกไม้น่ารังเกียจอันใดฆ่าคนของข้า!”
“ก็แค่สู้กันธรรมดา” เจียงผิงอันตอบกลับเนิบ ๆ
ยอดฝีมือทั้งสามสิบกลับโลกหน้าไปหมดแล้ว เขาตระหนักอยู่นานแล้วว่ามีคนสะกดรอยเขามา จึงใช้อวตารวิญญาณเทวะป่วนให้แยกคณะกัน
คนเหล่านี้คิดว่าพวกตนยังไม่ถูกพบ
“เหลวไหล ฝีมืออย่างเจ้าไม่มีทางฆ่าผู้ใต้บัญชาข้าเงียบ ๆ ได้!”
จินตี๋ไม่เชื่อเจียงผิงอันสักนิด ผู้ใต้บัญชาของเขามิใช่สุนัขแมวที่ไหน แต่เป็นหัวกะทิที่คัดสรรมาจากคนนับพัน
ความต่างข