ต้วนหลิงเทียนกล่าวปลอบบออกมาเสียงอ่อน พลางตบแผ่นหลังนางเบาๆ
จากนั้นเขาก็ค่อยผละร่างฮ่วนเอ๋อออกไปอย่างอ่อนโยน
และตอนนี้เขาก็พบว่าทุกสายตาในโถงกำลังมองมา ทำให้รู้สึกเขินอายอยู่บ้าง
“ก่อนที่เจ้าจะกลับมาถึง ข้าให้ทุกคนไปสืบดูแล้ว…”
ฉือหล่างเริ่มเปิดประเด็นก่อนใคร มองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาจริงจังว่า “เมื่อไม่นานมานี้มีคนเห็นหานอวิ๋นจิ่นกับเหลยจวิ้นลูกชายของเหลยอิงเดินด้วยกัน”
“หากพวกมันสองคนร่วมหุ้นกันล่ะก็ นับว่ามีทุนรอนให้ตู๋กูเหวินกับตู๋กูหวู่สนใจได้”
ก่อนที่ต้วนหลิงเทียนจะกลับมา ไม่เพียงฉือเหล่ยจะไม่อยู่ว่าง ยังระดมคนรวมถึงเหล่าศิษย์ในสังกัดไปตรวจสอบเรื่องราว และมองหาเบาะแส
“เหลยจวิ้น?”
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วเบาๆ ก่อนจะหันไปมองฮ่วนเอ๋อโดยไม่รู้ตัว
เหลยจวิ้นเป็นลูกชายคนเดียวของเหลยอิง และเป็นศิษย์คนรองในสังกัดของเหลยอิง มีลำดับอาวุโสเหนือกว่าฮ่วนเอ๋อ ถือเป็นศิษย์พี่ของฮ่วนเอ๋อ
“ไม่ผิด”
ฉือหล่างพยักหน้า
ขณะเดียวกันหูเหมยก็กล่าวเสริมออกมาว่า “ศิษย์น้องเล็ก เรื่องนี้เจ้าอาจจะยังไม่รู้ ทว่าแต่ไหนแต่ไรเหลยจวิ้นกับหานอวิ๋นจิ่นนั้นไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนว่าพวกมันสนิทกัน และไม่เคยมีผู้ใดเห็นมันเดินด้วยกันมาก่อน”