“แต่ในช่วงเวลาที่พวกเราไปยังวิหารเฟิงฮ่าว พวกเราพบว่าพวกมันไปไหนมาไหนด้วยกัน…แน่นอนว่าสิ่งนี้แทบไม่มีใครพบเห็น หากไม่ใช่เพราะพวกเราตรวจสอบอย่างละเอียดโดยวิธีการบางอย่าง เกรงว่าคงยากที่จะล่วงรู้เรื่องนี้ได้”
หูเหมยกล่าว
“คนที่ไม่ค่อยสนิทกันและไม่เคยสุงสิงกันมาก่อน แต่กลับเดินด้วยกันในช่วงเวลาเกิดเรื่อง…ใต้หล้าไหนเลยมีเรื่องบังเอิญพรรค์นี้”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ากล่าวอย่างเห็นด้วย เขาเองก็รู้สึกว่าสิ่งนี้ผิดวิสัยอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม เท่าที่เขาจำได้ เขากับเหลยจวิ้นดูเหมือนจะไม่เคยมีเรื่องราวบาดหมางกันเลยไม่ใช่หรือไร?
“แต่ข้าไม่รู้จักเจ้าเหลยจวิ้นนั่น ทั้งไม่เคยมีเรื่องมีราวอะไรกัน…ว่ากันตามตรง มันไม่น่าจะไปร่วมมือกับหานอวิ๋นจิ่น เพื่อจ่ายราคามหาศาลมาฆ่าข้าได้เลย…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“ว่ากันตามปกติก็คงเป็นแบบนั้น”
ตอนนี้เองศิษย์พี่ 6 ของต้วนหลิงเทียน หงเฟย พลันกล่าวออกมาด้วยสองตาหยีๆบนใบหน้ามันยิ่งหรี่ลงจนไม่ต่างอะไรกับคนปิดตา “ศิษย์น้องเล็ก บางครั้งไม่ใช่เพราะเจ้ามีเรื่องกับมัน ถึงถูกมันคิดฆ่า….”
“คนเราจะเกลียดชังเคียดแค้นผู้อื่น มีเหตุผลมากมายเหลือเกิน…ตัวอย่างเช่น หากข้ารู้สึกอิจฉาที่เจ้าทั้งหล่อเหลาและเป็นที่นิยมของสาวๆ ก็ไม่แน่ว่าอยากจะให้เจ้าตายขึ้นมา…”
“แน่นอนว่าความอิจฉาเช่นนี้มักเกิดในสตรีมากกว่า”
หงเฟยกล่าว
“ศิษย์พี่ 6 ท่านคิดกล่าวอันใดกันแน่?”