พอเสียงฮ่วนเอ๋อดังจบคำ สองตานางก็หดเล็ก จากนั้นพลังวิญญาณขุมหนึ่งพลันกำจายออกไปทั่ว 4 ทิศ 8 ทาง ทำให้ฉากเรื่องราวโดยรอบบังเกิดความเปลี่ยนแปลงไปพลิกฟ้าคว่ำดิน
ต้วนหลิงเทียนพบได้ทันทีว่าที่แท้เขาอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
และหลายคนในห้องโถงก็แลดูเลื่อนลอยยไร้สติ บ้างแม้จะมีผู้คนรอบๆตัว แต่ก็ทำเหมือนมองไม่เห็น กระทั่งหากเขาเดินต่อไปเมื่อครู่ ก็ไม่พ้นต้องชนกับคนอื่นไปแล้ว
“พวกนั้นยังไม่หลุดออกมาจากภาพลวงตา”
ฮ่วนเอ๋อกล่าว
“เป็นภาพลวงตาที่แยบยลอะไรจะขนาดนี้ ข้าไม่เห็นร่องรอยใดๆเลย”
ขณะกล่าวออกมาอย่างทอดถอนใจ ต้วนหลิงเทียนที่นึกอะไรได้ก็รีบหันไปถามฮ่วนเอ๋อทันที “ฮ่วนเอ๋อ แล้วภาพลวงตานี่มันทำร้ายผู้คนรึเปล่า?”
“ไม่”
ฮ่วนเอ๋อส่ายหน้าไปมา “เป็นแค่ภาพลวงตาที่สร้างความสับสนให้ผู้คนเฉยๆ คล้ายระเบิดควัน มีผลอยู่สักพักเท่านั้น”
“ศิษย์พี่หญิง 3”
ตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นหูเหมยอีกครั้ง และหูเหมยที่ยืนอยู่ข้างๆเวิ่นหว่านเอ๋อก็กำลังขมวดคิ้ว มองจ้องไปยังเวิ่นหว่านเอ๋อด้วยท่าทางไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ต้วนหลิงเทียนเดินไปหาอีกฝ่ายพร้อมฮ่วนเอ๋อ จึงพบว่าศิษย์พี่หญิง 4 เวิ่นหว่านเอ๋อที่ปกติมีหน้าตาอ่อนโยนเหมือนหยก ตอนนี้กำลังชักสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ราวกับเห็นบางอย่างที่สะท้านสะเทือนอารมณ์
“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าหลุดออกจากภาพลวงตาได้แล้วเหรอ?”