กับพวกเขา ตายไปก็คือตายหากพวกเขาล่วงเกินฝ่ายรักษาระเบียบเข้า ก็มิอาจอยู่เป็นสุขได้
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้เค้าอารมณ์ใด ๆ แต่ผู้ที่รู้จักเจียงผิงอันจะทราบว่ายิ่งเขาแสดงสีหน้าเช่นนี้ ในใจเขายิ่งกำลังเดือดดาล
เมื่อเห็นไร้ผู้ใดพูด จินตี๋ก็พอใจมาก แล้วปิดคดีทันที
เพื่อป้องกันเหตุยืดเยื้อ เขาก็ยัดโทษตายให้ผู้อื่น จบเรื่องในทันที
ขณะนี้ เฉิงฮั่นร่างกำยำพลันเอ่ยปาก “พวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบยังคงน่าขยะแขยงไม่เปลี่ยน หากพวกเจ้ากล้าทำเช่นนี้ ข้าจะรายงานพวกเจ้า”
ได้ยินเช่นนี้ ศิษย์คนอื่น ๆ ก็ร่างชะงักทื่อ กุลีกุจอกลับห้องของตน มิอยากมีส่วนกับเรื่องนี้อีก
ไม่ว่าเฉิงฮั่นหรือฝ่ายรักษาระเบียบก็มิใช่ผู้ที่ศิษย์ทั่วไปอย่างพวกเขาจะล่วงเกินได้ทั้งสิ้น
จินตี๋จ้องมองเฉิงฮั่นอย่างเย็นชา “เรื่องนี้มิเกี่ยวกับเจ้า อย่าเข้ามาสอด”
หากเป็นผู้อื่นกล้าพูดมากเช่นนี้ เขาจะออกหมัดสนองแน่แท้
แต่คนผู้นี้ เขาลงมือด้วยมิได้ อาจารย์ของเฉิงฮั่นมิใช่คนธรรมดา
“ก็ไม่ใช่เรื่องของข้าจริงแท้ แต่ข้าคิดว่าพวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบน่าขยะแขยงนัก”
เฉิงฮั่นนำศิลาบันทึกเงาก้อนหนึ่งออกมา “รักษาระเบียบต่อไปได้เลย ข้าจะบันทึกไว้ ศิษย์ทั่วศาลาเติงเซียนจะได้เห็นว่าพวกเจ้ารักษาระเบียบกันอย่างไร”
มุมปากจินตี๋หงิกลงราวมารดาสิ้น สารเลวสมควรตายนี่ก่อเรื่องให้เขาตลอดเลย
“เจ้าอยากให้ตรวจสอบสินะ ได้ งั้นก็เริ่มสืบได้เลย เริ่มจากเจ้า”
จินตี๋ในยามนี้