ฟังจากคำพูดของฉือหล่างแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เห็นดีเห็นงามสักเท่าไหร่ ที่ต้วนหลิงเทียนจะไปรับสมญานามที่วิหารเฟิงฮ่าวในช่วงเวลาแบบนี้ “ที่สำคัญการทดสอบรับสมญานามของวิหารเฟิงฮ่าวอย่างเร็วก็ต้องใช้เวลาครึ่งปี หากนานหน่อยไม่ทั้งปีก็อาจลากยาวไปถึง 2 ปี…นั่นยังมิใช่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์หรือไร”
“จะดีเสียกว่าหากเจ้าทุ่มเทเวลาไปกับการบ่มเพาะเพิ่มพูนพลัง เพื่อเตรียมการรับมือหานอวิ๋นจิ่นในอีก 3 ปีหลังจากนี้”
ฉือหล่างกล่าว
“ครู ขอบอกท่านตามตรง ข้าไม่ได้กลัวอะไรเจ้าหานอวิ๋นจิ่นนั่นเลย กระทั่งต่อให้ต้องสู้กับมันตอนนี้ ข้าก็มั่นใจว่าจะฆ่ามันได้…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงสีหน้าสบายๆพลางยักไหล่อย่างไม่อีนังขังขอบ เพราะเขารู้ดีแก่ใจ ว่าตอนนี้มีเพียงแต่ต้องทำตัวสบายๆ แลดูมั่นใจในฝีมือตัวเองออกไปให้มาก เพื่อให้ฉือหล่างมั่นใจว่าเขาไม่ได้กังวลเรื่องหานอวิ๋นจิ่นเลยจริงๆ ถึงขั้นคิดจะไปเล่นที่วิหารเฟิงฮ่าวได้…
หาไม่แล้วฉือหล่างอาจสงสัยเอาได้ ว่าเขาไปวิหารเฟิงฮ่าวโดยมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง!
“โอ!?”
แน่นอนว่าฉือหล่างย่อมรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เมื่อได้ยินวาจามั่นอกมั่นใจถึงขนาดนี้ของต้วนหลิงเทียน
“ครู หรือไม่ท่านบอกข้าก็ได้ ว่าวิหารเฟิงฮ่าวอยู่ที่ใด ข้าอยากไปเที่ยวดู”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“เอาล่ะๆ ในเมื่อเจ้าอยากไป ข้าจะพาเจ้าไปเอง”