เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนตัดสินใจแล้ว ฉือหล่างก็ไม่คิดจะเซ้าซี้อะไรให้มากความ จึงกล่าวว่าจะพาต้วนหลิงเทียนไปวิหารเฟิงฮ่าวออกมาตรงๆ
“ไหนๆก็จะไปแล้ว ข้าจะลองถามพวกศิษย์พี่ของเจ้าดูหน่อยว่ามีใครสนใจไปเล่นด้วยไหม…หากมีใครสนใจจะได้ไปพร้อมๆกัน”
ขณะกล่าวฉือหล่างก็สะบัดมือส่งข้อความออกไปทันที
แน่นอนว่ายันต์อมตะสื่อสารทางวิญญาณที่บดขยี้นั้น ไม่มีแผ่นใดใช้ลูกแก้ววิญญาณของ หลู่จี้ ศิษย์พี่รองต้วนหลิงเทียนเป็นสื่อเลย มีแค่หูเหมย เวิ่นหว่านเอ๋อ โอวหยางฉีเฟย และหงเฟยเท่านั้น
เนื่องเพราะในบรรดาศิษย์ทั้ง 7 ของฉือหล่าง มีแค่ 4 คนนี้กับต้วนหลิงเทียนเท่านั้นที่ยังเป็นจอมราชันอมตะ
“เล่น?”
ได้ยินคำพูดของฉื่อหลาง มุมปากต้วนหลิงเทียนอดกระตุกไปไม่ได้ ฐานะจอมราชันอมตะสมญานามเป็นเพียงการละเล่นสำหรับฉือหลาง?
แต่เขาก็รู้ดีว่าฉือหล่างจะกล่าวเช่นนี้ก็ไม่แปลก เพราไม่ว่าจะศิษย์พี่คนไหนของเขา ก็แข็งแกร่งพอจะได้รับสมญานามทั้งสิ้น…
“หงเฟย ศิษย์พี่ 6 ของเจ้าไม่ตอบ เจ้าอ้วนนั่นมิแคล้วกำลังตั้งหน้าตั้งตาบ่มเพาะพลังอยู่แน่นอน! ดูเหมือนเจ้าจะสร้างแรงกดดันให้เจ้าอ้วนนั่นไม่เบาทีเดียว”
ฉือหล่าส่ายหัวไปมาพร้อมหัวเราะขบขัน
“เจ้า 5 เองก็เงียบไม่ตอบ…”
ฉือหล่างกลาวสืบต่อ “ทว่าเจ้า 3 กับเจ้า 4 แจ้งข้ามาแล้วว่าพวกนางจะไปกับพวกเราด้วย”