้แก่ท่าน…ด้วยหวังให้ท่านกล่าวปฏิเสธจนขายขี้หน้าประชาชี!”
“หากวันนี้ท่าปฏิเสธไม่รับคำท้ามัน ต่อไปชื่อเสียงท่านในวังเทียนฉือคงตกต่ำจนไม่มีใครเห็นหัวแล้ว!”
เซียวฉงอี้กล่าว
หานอวิ๋นจิ่นไหนเลยจะไม่รู้เรื่องที่เซียวฉงอี้กล่าวเตือน?
อย่างไรก็ตาม หาก 3 ปีหลังจากนี้ ตอนมันขึ้นไปเข่นฆ่ากับต้วนหลิงเทียนบนสังเวียนและพบว่าไม่อาจสู้ต้วนหลิงเทียนได้ขึ้นมา มันไม่ถูกฆ่าตายอย่างโง่งมหรือ?
เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เป็นสองทางที่ทำให้มันหนักใจนัก!
ด้านหนึ่งก็คือชื่อเสียง!
อีกด้านก็คือชีวิต!
เรียกว่าหานอวิ๋นจิ่นตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก!
เป็นธรรมดาว่าลึกลงไปในใจ มันค่อนไปทางอีก 3 ปีหลังจากนี้ต้วนหลิงเทียนไม่น่าจะมีกำลังพอจะฆ่ามันได้
หานอวิ๋นจิ่นสูดลมหายใจเข้าลึกๆคำหนึ่ง จากนั้นก็ส่งเสียงผ่านพลังไปปรึกษาจักรพรรดิอมตะมังกรบู๊ และจักรพรรดิอมตะคลื่นหมอก
‘กลวิธีที่ต้วนหลิงเทียนใช้ออกก่อนหน้า สมควรมีผลแต่กับต้นไม้ บุปผา และเหล่าพืชอมตะต่างๆเท่านั้น?’
ถึงแม้จักรพรรดิอมตะมังกรบู๊กับจักรพรรดิอมตะคลื่นหมอก จะไม่อาจมองออกว่าต้วนหลิงเทียนใช้พลังของพฤกษาเทพกำเนิดชีพเพื่อดูดกลืนสารัตถะของต้นไม้เทพสนหลิว…
อย่างไรก็ตามในฐานะที่พวกมันเป็นจักรพรรดิอมตะสมญานาม พวกมันย่อมตระหนักได้รางๆ ว่าวิธีการของต้วนหลิงเทียนสมควรมีผลแต่กับสิ่งมีชีวิตจำพวกพวกต้นไม้ใบหญ้าบุปผาอมตะอะไรพวกนั้น
‘แถมถ้าไม่ใช่การลงมือระยะประชิด วิธีการด