หลังผ่านไป 10 ลมหายใจแล้ว แม้ฝานฉีจะสามารถกักขังต้วนหลิงเทียนเอาไว้ในพื้นที่จำกัด และใช้การโจมตีอันทรงพลัง ประหนึ่งเต็มไปด้วยพลังอำนาจไร้เทียมทานกระหน่ำเข้าใส่ต้วนหลิงเทียน แต่ก็ไม่มีการโจมตีใดเฉียดใกล้ปลายเสื้อของต้วนหลิงเทียนได้เลย…
ร่างต้วนหลิงเทียนเสมือนเงาเลือนราง วูบหายไปผุดโผล่ทางนู้นทีทางนี้ทีปานภูตผี เคลื่อนย้ายข้ามมิติหลบหลีกทุกการโจมตีของฝานฉีได้อย่างสบายๆ!
ไม่นานฝานฉีก็ค่อยๆหมดความอดทน และโพล่งออกมาอย่างหัวเสีย
“ก็ดี”
และพอฝานฉีโพล่งคำออกมาอย่างหัวเสีย ต้วนหลิงเทียนก็หยุดลงพลางเอ่ยออกมาเสียงเบาว่า “ในเมื่อเจ้ารีบร้อนด่วนตายนัก…งั้นข้าจะส่งเจ้าไปตามทางให้เอง”
“ส่งข้าไปตามทาง? เหอะๆ เช่นนั้นให้ข้าชมดูหน่อยเถอะว่าน้ำหน้าอย่างเจ้าจะอาศัยอะไรมาส่งข้าไปตามทาง!”
ฝานฉีกล่าวเย้ยเยาะอย่างท้าทาย
และแทบจะทันทีที่ฝานฉีกล่าวจบคำ ร่างต้วนหลิงเทียนก็อันตรธานหายไปดั่งภูตผีอีกครั้ง คนข้ามมิติไปอีกรอบ
พอปรากฏตัว ก็มาปรากฏตัวขึ้นข้างๆกิ่งใหญ่ๆกิ่งหนึ่งที่งอกเงยออกมาจากร่างจริงของฝานฉี มือขวาวางทาบลงไปในบัดดล
ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ!
…
แทบจะเป็นวินาทีเดียวกับที่ต้วนหลิงเทียนมาปรากฏตัวใกล้ร่างจริงฝานฉี กิ่งหลิวมากมายก็กระหน่ำฟาดเข้าใส่ต้วนหลิงเทียนปานแส้ลงทัณฑ์!
อย่างไรก็ตามเผชิญหน้ากับกิ่งหลิวมากมายที่ตบฟาดเข้ามามืดฟ้ามัวดิน ต้วนหลิงเทียนไม่คิดจะป้องกันอะไร