ตอนนี้หลิวเจี้ยนไม่ได้รีบร้อนอะไรสืบไป เนื่องจากมันส่งมอบป้ายประจำตัวศิษย์อัจฉริยะออกไปแล้ว จึงสายเกินไปที่ต้วนหลิงเทียนจะกลับคำพูด
แน่นอนว่าตอนนี้ต้วนหลิงเทียนก็สามารถกล่าวคำยอมแพ้ออกมาโดยที่ไม่ต้องสู้ได้ทันที
แม้ทุกคนจะสามารถเข้าใจได้ที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวยอมแพ้ แต่อย่างน้อยๆชื่อเสียงในวังเทียนฉือแห่งนี้ของอีกฝ่าย ก็ถูกลิขิตให้มีมลทินไปตลอดกาล ดั่งคราบบาปมิอาจลบที่หลายคนรังเกียจ
เพราะมันแตกต่างกันอย่างมาก ระหว่างการสู้ไม่ได้แล้วยอมแพ้ กลับเลือกจะยอมแพ้โดยไม่สู้…
“ผู้อาวุโส ในเมื่อเป็นการประลองเป็นตาย…ก็ไม่ใช่แค่มันที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรหากฆ่าข้าตาย แต่ข้าเองก็สามารถฆ่ามันโดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรใช่หรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนส่งเสียงผ่านพลังเอ่ยถามอาวุโสตำหนักลองกระบี่เพื่อยืนยันอีกครั้ง เพราะสุดท้ายแล้วอีกฝ่ายก็เป็นศิษย์คนหนึ่งของจักรพรรดิอมตะสมญานาม…หากมีกฏที่ไม่อาจพูดอยู่จะทำอย่างไร?
ได้ยินเสียงผ่านพลังถามไถ่ดังกล่าวของงต้วนหลิงเทียน อาวุโสตำหนักลองกระบี่ก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะส่งเสียผ่านพลังตอบกลับมาว่า “มิผิด!”
หลังส่งเสียงผ่านพลังตอบคำถามของต้วนหลิงเทียนไปแล้ว อาวุโสตำหนักลองกระบี่ชราก็อดคิดไปในใจไม่ได้ว่า…
ไฉนต้วนหลิงเทียนถึงเอ่ยยถามมันแบบนี้?
หรือต้วนหลิงเทียนตั้งใจจะฆ่าหลิวเจี้ยน!?