ด้านหลิวเจี้ยนพอได้ยินเสียงถล่มเย้ยเยาะของหงเฟย สีหน้ามันก็มืดดำจนแทบจะคั้นได้เป็นหยดน้ำหมึก และเมื่อเห็นว่าหวงลู่หนานยังคงโดนต้วนหลิงเทียนเตะอัดเด้งไปเด้งมาไม่หยุด หน้ามันก็คล้ายจะทาทับไปด้วยหมึกแล้วจริงๆ สุดท้ายก็ตะโกนออกมาอย่างอดรนทนไม่ไหว “พอได้แล้ว!!”
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสนใจมันสักคน…
ในเมื่อหวงลู่หนานยังไม่เอ่ยคำยอมแพ้ เช่นนั้นต้วนหลิงเทียนก็เลือกจะเตะ ‘นวด’ มันไปเรื่อยๆ
อันที่จริงไม่ใช่ว่าต้วนหลิงเทียนตั้งใจจะทรมาณหวงลู่หนานแบบนี้ แต่ทว่าเนิ่นนานมาแล้วที่เขาไม่ได้ออกเรี่ยวออกแรง เพราะหลังๆมาเขาก็ได้แต่ปิดด่านฝึกฝน ไม่ได้ออกแรงลงมืออะไรเลย พอมีโอกาสได้ลงมือทั้งที ก็เสมือนเด็กน้อยพึ่งหัดพูด พอพูดได้ก็จ้อไม่หยุด…
‘สะใจจริงๆ’
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกสดชื่นทั้งกระชุ่มกระชวยนัก เรียกว่าได้ยืดเส้นยืดสายอีกครั้งในรอบหลายปี เช่นนั้นเขาจึงไม่ได้ลงมือทำร้ายหวงลู่หนานอะไรมากมาย เพียงควบคุมใช้พลังอย่างแยบคาย ทำให้หวงลู่หนานได้รับบาดเจ็บแค่เล็กน้อยเท่านั้น
เรียกว่าตั้งแต่เข้าใจความลึกซึ้งของกฏมิติถึงขั้นตอความสำเร็จยิ่งใหญ่ทั้งหมด เขาก็ไม่เคยได้ลงมือลงไม้แบบนี้เลย ย่อมทำให้เขารู้สึกสดชื่นทั้งปลอดโปร่งจริงๆ
อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับความสดชื่นทั้งกระชุ่มกระชวยของต้วนหลิงเทียน ด้านหวงลู่หนานนั้นรู้สึกเสมือนตัวติดแหง็กอยู่ในช่องแคบก็ไม่ปาน…