หากมันโดนต้วนหลิงเทียนซัดจนบาดเจ็บมาก ป่านนี้มันยอมแพ้ไปแล้ว
แต่เพราะมันพบว่าทุกครั้งที่ต้วนหลิงเทียนอัดมัน ก็เพียงส่งพลังที่เหนือชั้นกว่ามาทำลายสลายพลังที่มันพึ่งรวมรั้งเท่านั้น ทำให้มันแค่รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาจี๊ดหนึ่ง แต่ไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงอะไร มันจึงไม่ได้โพล่งคำยอมแพ้ออกมา
ตอนนี้มันถูกต้วนหลิงเทียนกดดันและครอบงำโดยสมบูรณ์
ในใจของมันแน่นอนว่าอยากพลิกสถานการณ์อย่างยิ่งยวด และขอแค่มันได้มีโอกาสลงมือสู้กับต้วนหลิงเทียนตรงๆอีกสักครั้ง มันจะลงมือเต็มกำลัง หากพบว่าสู้ไม่ได้จริงๆ มันถึงจะกล่าวยอมแพ้ได้อย่างเต็มปาก
อนิจจาหลังผ่านไปอยู่นาน ยิ่งมาการควบคุมพลังของต้วนหลิงเทียนก็ยิ่งแยบคายมากขึ้น หวงลู่หนานรู้สึกสิ้นหวังโดยสมบูรณ์ กอปรกับหลิวเจี้ยนส่งเสียงผ่านพลังมาบอกให้มันยอมแพ้ไม่หยุด มันก็ได้แต่กล่าวยอมรับความพ่ายแพ้ออกมาเท่านั้น “ข้ายอมแพ้!”
“อะไร? แค่นี้ก็ยอมแพ้แล้ว?”
พอเห็นหวงลู่หนานกล่าวยอมแพ้ออกมา ต้วนหลิงเทียนก็ขมวดคิ้วด้วยความเสียดายอยู่บ้าง
“ต้วนหลิงเทียน นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เจ้าก็คือศิษย์อัจฉริยะในช่วงอายุ 200-300 ปี อันดับที่ 10!”
อาวุโสตำหนักลองกระบี่ยกมือขึ้นโบกเบาๆ ป้ายประจำตัวศิษย์อัจฉริยะก็ลอยมาหยยุดเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียน จากนั้นก็กล่าวประกาศออกมาอย่างเป็นนทางการ
พอกล่าวจบคำ มันก็เตือนให้ต้วนหลิงเทียนหยดเลือดเพื่อให้ป้ายยอมรับนายใหม่
“เอาล่ะ”