ทันใดนั้นเองพวกต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 ก็หยุดลงกลางหาว เพราะมาถึงสังเวียนอัจฉริยะแล้ว
สังเวียนอัจฉริยะที่ว่า เป็นสังเวียนประลองขนาดใหญ่ 3 สังเวียนลอยล่องอยู่กลางอากาศ กระจายตัวอยู่ห่างกันพอสมควรเรียงตัวคล้ายจุดยอดของ 3 เหลี่ยม
และจุดกึ่งกลางระหว่างสังเวียนยอัจฉริยะทั้ง 3 ก็มีเกาะลอยฟ้าเกาะหนึ่งลอยล่องอยู่ และบนเกาะที่ว่านอกจากแท่นศิลาขนาดมหึมาปานอนุสาวรีย์ตั้งอยู่เด่นหราแล้ว ก็ไม่มีใดอื่นอีก
บนแท่นศิลาปานอนุสาวรีย์ดังกล่าวก็มีคำว่า ‘สังเวียนอัจฉริยะ’ แกะสลักไว้อย่างบรรจง
ตอนนี้ก็มีคนของวังเทียนฉือหลายร้อยคนมาเหินรอใกล้ๆสังเวียนอัจฉริยะ ทั้งยังมีผู้ที่เหินร่างทยอยกันมาไม่หยุด
“ศิษย์พี่หงเฟย!”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนมอสำรวจสังเวียนอัจฉริยะ ก็มีศิษย์วังเทียนฉือคนหนึ่งเหินร่างเข้ามาหาพลางป้องมือประสานคารวะทักทายหงเฟยอย่างกระตือรือร้น
“อืม”
เมื่อเห็นว่ามีคนเหินโร่เข้ามาทักทายตัวเองแล้ว ความไม่พอใจในตาหยีๆของหงเฟยก็สลายหายไป พยักหน้ารับคำทักด้วยความพึงพอใจเร็วไว
แน่นอนว่าตอนมีผู้อื่นเข้ามาทัก หงเฟยก็กลับกลายเป็นจริงจัง ไม่เหลือความไร้ยางอายเหลวไหลอะไรเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าต้วนหลิงเทียยนกับฮ่วนเอ๋อ
เมื่อมีศิษย์วังเทียนฉือคนแรกเข้ามาทักหงเฟยแบบนี้ ก็ดึงความสนใจจากศิษย์วังเทียนฉือรอบๆอยู่บ้าง
“คนผู้นั้นคือหงเฟยรึ?”