เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน ดวงตาของฟู่ฮุ่ยก็เบิกกว้าง
“เหลวไหล! เจ้าลงมือก่อนแท้ ๆ พยายามจะปล้นเนินเขาของเรากระทั่งทำร้ายสามีข้า!”
ผู้นำคณะฝ่ายรักษาระเบียบกวาดสายตามองคนเหล่านี้
“เรื่องระหว่างเจ้าเป็นเช่นไร ผู้ใดลงมือก่อน ข้าไม่สนใจ แต่สู้กันที่นี่ไม่ได้”
“หากไม่กลับไปรับการสอบสวนที่ฝ่ายรักษาระเบียบ ก็จ่ายค่าปรับสองแต้มผลงานหรือสองผลึกวิญญาณ เลือกเอาเองเลย”
เมื่อได้ยินว่าพวกเขาต้องเข้าฝ่ายรักษาระเบียบ สีหน้าของฟู่ฮุ่ยและหูสวีหร่านก็แปรเปลี่ยน
พวกเขาเคยเข้าไปในฝ่ายรักษาระเบียบหลายหนแล้ว อีกฝ่ายหาได้สอบสวนพวกเขาไม่ แต่โยนพวกเขาเข้าไปในคุกมืดอันเลวร้ายทันที ขอเพียงพวกเขาเข้าคุกมืดไป ก็จะเสียเวลาชีวิตไปหลายปี
“เราจะให้แต้ม”
เพื่อมิต้องถูกทรมาน หูสวีหร่านและฟู่ฮุ่ยทำได้เพียงจำยอม
เจียงผิงอันมิใช่คนโง่ ครั้งนี้เขาต้องไม่ขัดขืน และส่งผลึกวิญญาณให้สองชิ้น
“สองคนนี้เห็นเราเป็นศิษย์ใหม่ เราไปเลือกเนินเขาใดก็มาขูดรีดเราตลอด จัดการสักหน่อยได้หรือไม่?”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบหันไปเตือนฟู่ฮุ่ยกับหูสวีหร่าน “พวกเจ้าทำตัวดี ๆ หน่อย”
ว่าแล้ว เขาก็รับผลึกวิญญาณไป ก่อนจะไม่สนใจเรื่องอื่น กลับรถหมาป่าดำอันโอบล้อมด้วยเปลวเพลิงจากไป
ในที่สุดเจียงผิงอันก็เข้าใจ ว่าเหตุใดสองคนนี้จึงไม่กลัวฝ่ายรักษาระเบียบเลย
หูสวีหร่านปัดฝุ่นจากอาภรณ์แล้วเหินกลับมา การโจมตีเมื่อครู่มิได้สร้างความเสียหายแก่เขาเท่าไห