ร่
“สารเลวสมควรตาย ทำให้เราเสียผลึกวิญญาณไปสองชิ้น ยามนี้หากไม่มอบผลึกวิญญาณชดใช้ให้เรา พวกเจ้าก็อย่าหวังฝึกฝนเป็นสุขในศาลาเติงเซียนเลย!”
ดวงตาของเฉียนฮวั่นโหรวหรี่ลง จ้องมองพวกเขาอย่างเย็นชา“ไปลานประลองสิ”
มิอาจสู้กันได้ในเขตอาศัย แต่ทำได้ในลานประลอง จะสู้กันจนตายยังได้
“เราไม่ไปลานประลองหรอก มีปัญญาก็สู้กับเราที่นี่สิ”
ฟู่ฮุ่ยแค่อยากกวนประสาทคน นางตะโกนสุดเสียง “หากวันนี้พวกเจ้าไม่ชดใช้ผลึกวิญญาณให้เรา สองฝ่ายต้องตายกันไปข้าง!”
หูสวีหร่านกล่าวเสริม “หากในหนึ่งเดือน พวกเจ้ารวบรวมแต้มผลงานมิได้ครบร้อย พวกเจ้าก็จะถูกขับออกจากศาลาเติงเซียน”
“เรามีแต้มผลงานเกิน ให้สำนักหักไปได้ รอดูได้เลยว่าใครจะหมดตัวก่อนกัน ฮ่า ๆ”
เยี่ยอู๋ฉิงมองท่าทีโอหังของทั้งสองแล้วกำหมัดแน่น สองคนนี้ไร้ยางอายจริง ๆ
เจียงผิงอันกล่าวกับเยี่ยอู๋ฉิงและเฉียนฮวั่นโหรว “พวกเจ้าไปอยู่กันที่เนินเขาถัดไปก่อนเถอะ”
“อย่าวู่วามนะ” เฉียนฮวั่นโหรวเกลี้ยกล่อม นางสงสัยว่าเจียงผิงอันกำลังจะลงมือ
“อย่าห่วงเลย ข้ามีวิธีของข้า ทำตามที่ข้าบอกก็พอ” เจียงผิงอันตอบ
เมื่อเห็นท่าทีมั่นใจของเจียงผิงอัน เฉียนฮวั่นโหรวก็พยักหน้า
เมื่อเหินถึงเนินเขาถัดไป นางก็กางค่ายกลบนนั้น ผูกมันกับป้ายแสดงตนของนาง นี่จะเป็นที่อยู่ของนางในภายหน้า
หูสวีหร่านยิ้มเดียดฉันท์ “พวกเจ้าได้ที่อยู่แล้วยังไง? ขอเพียงเราอยู่ที่นี่ พวกเจ้าอย่าหวังมีภารกิจใดให้ทำเลย”
“แ