อันที่จริง นางกับเจียงผิงอันจงใจร่วมมือกันข่มขวัญคนผู้นี้อย่างแนบเนียนรู้ใจ
เจียงผิงอันถามต่อไป “หากจะเข้าร่วมศาลาเติงเซียน มีข้อกำหนดเช่นไร”
หยางตานชิงขวัญสะท้านจนมิกล้าไม่ตอบ “ง่ายมาก แค่บรรลุขอบเขตแปรเทวะก่อนอายุสามสิบ ถึงขอบเขตหลอมสุญตาก่อนอายุแปดสิบ ด้วยพรสวรรค์ของนายท่าน ต้องเข้าร่วมได้แน่ ๆ”
ทั้งสาม “???”
นี่เรียกง่าย?
ทางฝั่งภพแร้นแค้น นี่เรียกโคตรอัจฉริยะเลยเถอะ
น่าจะเป็นเพราะมาตรฐานระดับล่างของผู้ฝึกตนในภพบุกเบิกสูงลิ่ว มีทรัพยากรไม่ขาดแคลน จึงเคลื่อนขอบเขตกันแสนง่าย หากทรัพยากรมีเท่ากันทั้งสองฝ่าย ภพแร้นแค้นก็คงไม่แย่เพียงนี้
“ต้องบรรลุเรื่องพวกนี้หรือ? ไม่ตรวจสอบพรสวรรค์กันเลย?”เจียงผิงอันถามต่อ
หยางตานชิงส่ายหัว “ไม่ตรวจสอบพรสวรรค์ หากผ่านมาตรฐานก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพรสวรรค์ไม่เลว ศาลาเติงเซียนไม่สนใจเรื่องร่างเทวะอะไรเท่าไหร่หรอก”
“จากวาทะของศาลาเติงเซียน คนบางผู้มีพลังใจแข็งแกร่ง ต่อให้ไม่มีร่างเทวะ ขอเพียงมีทรัพยากร ก็จะสร้างความสำเร็จขึ้นได้”
“และยังมีอัจฉริยะพิเศษบางคน แม้จะพรสวรรค์มิได้ดีนัก แต่ความสร้างสรรค์ของพวกเขาน่ากลัวยิ่ง อายุยังน้อยก็สร้างวรยุทธ์เองเป็นแล้ว”
ได้ยินเช่นนี้ เฉียนฮวั่นโหรวก็ชำเลืองเจียงผิงอันอย่างเผลอตัว
นางเคยตรวจข้อมูลของเจียงผิงอัน ทราบว่ายามแรกพรสวรรค์ของเจียงผิงอันหาโดดเด่นไม่ หรือพูดให้ถูกคือหามีพรสวรรค์สักนิด
ชายผู้นี้เติบโตจากสถานที